จัดชีวิตให้เป็นระเบียบ

"เคยชินต่อความเป็นระเบียบ แล้วจะประหยัดเวลา ประหยัดพลังงาน ประหยัดหัวสมอง"

โต๊ะทำงานก็รก บ้านก็รก ครัวก็รก เสื้อผ้าก็อีเหละเขะขะ จะทำอะไรก็ให้ว้าวุ่น วุ่นวายไปหมด งานง่ายๆ ก็เลยดูเป็นงานยาก เรื่องง่ายๆ อย่างเรื่องการแต่งตัวก็ยังลังเลว่าจะแต่งชุดไหนดี ใส่ตัวนี้เสร็จ ไม่ทันจะเดินไปได้กี่ก้าว เอ. เปลี่ยนเป็นอีกตัวหนึ่งดีกว่า เปลี่ยนอยู่นั่นแหละ ไม่รู้สึกสำนึกแ้แต่น้อยว่า กำลังใช้ชีวิตที่ซับซ้อนยุ่งเหยิง

จะคิดจะนึกถึงอะไรก็ย้ำคิดย้ำทำ คิดแล้วก็คิดอีก แม้ตกลงใจไปแล้ว ก็ยังวิ่งไปเปลี่ยนใจอีก เปลี่ยนจนหมดเวลาที่จะเปลี่ยน ก็ยังอยากจะเปลี่ยน! ทำไมไม่รู้จักใช้ชีวิตให้เป็นระเบียบ? ยิ่งสังคมซับซ้อนยุ่งเหยิง ต้องแข่งขันกันมากยิ่งต้องการชีวิตที่เป็นระเบียบ และเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น ถ้าไปใช้ชีวิตเชิงซ้อน จะยิ่งพากันยุ่งไปใหญ่

คิดให้เป็นระเบียบ ทำให้เป็นระเบียบ จะเดิน จะนั่ง จะพูด ฯลฯ ต้องเดินต้องนั่งต้องพูด ฯลฯ ให้เป็นระเบียบ จะได้ไม่ต้องมาเสียพลังงานกับเรื่องยุ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ อันไม่จำเป็นขึ้นมาด้วย

ตอนแรกๆ จะทำได้ยาก แต่หากพยายามอย่างต่อเนื่องและเป็นนิสัยแล้ว ต่อไปจะเคยชินต่อความเป็นระเบียบ แล้วจะประหยัดเวลา ประหยัดพลังงาน ประหยัดหัวสมองด้วย สงวนพลังงาน สงวนเวลาไว้ทำเรื่องที่สำคัญๆ ดีกว่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทั่วๆ ไปให้ความมีระเบียบในชีวิต ช่วยจัดการให้จะดีกว่า

โสเอน ชาขุ อาจารย์เซนชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวว่า "หัวใจของฉันเร่าร้อน (เผาไหม้) ดังไฟแต่ตาของฉันยังเย็นเฉียบดุจขี้เถ้าตายซาก" ท่านได้ตั้งกฎเกณฑ์ต่อไปนี้ขึ้น และท่านก็ปฏิบัติตามด้วย ตลอดชีวิตของท่าน

1. ในตอนเข้า ก่อนแต่งตัว ให้จุดธุปเทียนขึ้นและนั่งสมาธิ
2. หยุดพักจากงานในชั่วโมงเดียวกันทุกวันเป็นปกติสม่ำเสมอ
3. รับประทานอาหารในช่วงเวลาเดียวกันทุกวันเป็นปกติสม่ำเสมอ ให้รับประทานแต่ปานกลาง แต่พอดี ไม่รับประทานจนอิ่ม
4. จงรับแขกของคุณด้วยทัศนคติหรือท่าทีดุจเดียวกันกับเมื่อคุณอยู่เพียงลำพังคนเดียว และเมื่ออยู่เพียงลำพังคนเดียวก็จงวางตัวดุจเดียวกับที่คุณกำลังรับแขกของคุณอยู่
5. คอยสังเกตดูให้ดีว่าตัวเองพูดอะไรออกไป และไม่ว่าจะพูดอะไรออกไป ต้องปฏิบัติให้ได้ตามนั้น
6. เมื่อโอกาสมาถึงจงอย่าปล่อยให้มันผ่านล่วงเลยไป แต่จงลงมือทำ และคิดทบทวน 2 ครั้งเสมอ ก่อนจะลงมือกระทำ
7. อย่าเสียใจกับอดีตที่ผา่นไปแล้ว จงมองไปสู่อนาคต
8. จงมีท่าทีอันไร้ความกลัวดุจเดียวกับที่วีรบุรุษมี และจงมีหัวใจอันเปี่ยมรักดุจเดียวกับที่หัวใจของเด็กน้อยมี
9. ในการพักผ่อนนอนหลับ จงเข้านอนราวกับว่าคุณกำลังจะหลับลงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว และในการตื่นนอน จงลุกออกมา (ทิ้งเตียงไว้ข้างหลัง) โดยฉับพลันทันที ราวกับว่าคุณกำลังสลัดรองเท้าเก่าๆ คู่หนึ่งทิ้งไป

เซนเกะจิ อาจารย์เซนชาวจีนสมัยราชวงศ์ถัง ได้เขียนคำแนะนำให้แก่ลูกศิษย์ของท่านดังนี้

1.การอยู่ในโลกโดยไม่เกาะติดหรือยึดมั่นต่อฝุ่นของโลก (กิเลส) เป็นทางแห่งนักศึกษาเซนที่แท้
2.เมื่อเห็นการกระทำที่ดีๆ ของคนอื่นๆ จงกระตุ้นเตือนและให้กำลังใจตนเองที่จะกระทำตามตัวอย่างนั้นๆ ด้วย เมื่อได้ยินการกระทำที่ผิดๆ ของคนอื่นๆ จงแนะนำตัวเองอย่าให้ไปแข่งดีกับเขา (ในทางที่ผิดๆ) อย่างนั้น
3. แม้อยู่ในห้องมืดๆ เพียงคนเดียว ก็จงปฏิบัติตัวราวกับว่า คุณกำลังปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติของคุณ จงแสดงความรู้สึกของคุณออกมา แต่อย่าแสดงออกมามากเกินกว่าธรรมชาติเดิมแท้ของตัวคุณเอง
4. ความยากจนเป็นทรัพย์สมบัติของคุณ อย่าเอามันไปแลกกับชีวิตที่ง่ายๆ (มักง่าย)
5. บุคคลผู้หนึ่งอาจจะทำตัวเหมือนคนโง่ แต่กระนั้นก็ไม่ได้เป็นคนโง่ เขาอาจจะเพียงกำลังคุ้มครองป้องกันปัญญาของเขาอย่างระมัดระวังก็เป็นไปได้
6. คุณธรรม เป็นผลมาจากการควบคุมตัวเอง และคุณธรรมไม่ได้หล่นลงมาจากสวรรค์ดุจหยาดฝนหรือละอองหิมะ
7. ความสุภาพสงบเสงี่ยมเป็นรากฐานของคุณธรรมทั้งปวง จงให้เพื่อนบ้านของคุณค้นพบตัวคุณ ไม่ใช่ทำตัวเองให้เป็นที่รู้จักต่อเพื่อนบ้าน
8. ผู้ที่มีหัวใจอันสูงส่งจะไม่ผลักดันตัวเองไปข้างหน้า คำพูดของเขาจะเป็นดุจอัญมณีที่หายาก ไม่ใคร่จะปรากฏ (พูด) ออกมาแต่มีคุณค่ามหาศาล
9. สำหรับนักศึกษา (เซน) ที่สัตย์ซื่อและจริงใจ ทุกๆ วันเป็นวันที่โชคดี เวลาผ่านไปๆ แต่เขาจะไม่ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง (ไม่ล้าหลัง) ทั้งความเรืองรองและความอับอาย ต่างก็ไม่อาจจะมาผลักไสเขาให้ไหวเคลื่อนไปได้
10. จงตรวจสอบตัวเอง อย่าไปตรวจสอบคนอื่นเลย อย่างมุ่งถกเถียงเอาผิด-ถูก
11. สิ่งต่างๆ บางสิ่งแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ถูก ก็อาจจะถูกพิจารณา (คิด) กันว่าเป็นสิ่งที่ผิดนับเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนก็ได้ และเพราะว่าคุณค่าของความเที่ยงธรรมอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับกันในเวลาอันรวดเร็ว (จะรับกันได้ก็หลังจากเวลาผ่านไปนับศตวรรษแล้ว) ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องปรารถนา หรือละโมบต่อความระลึกถึง หรือความซาบซึ่งต่างๆ นานา (ของผู้อื่น) ในเวลาอันฉับพลันทันใด
12. จงใช้ชีวิตอยู่กับเหตุ ทิ้งผลไว้ให้แก่กฎอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล และผ่านวันแต่ละวันไปด้วยการเพ่ง(ฌาน) อันเต็มไปด้วยความสงบสันติ