ปลงให้ตก

"การปลง เป็นการยุติเรื่องนั้นให้หยุดอยู่แต่นั้น"

ภาษาไทยมีที่ใช้กว้างขวางลุ่มลึกมากในทางศาสนา คำบางคำช่วยบรรเทาทุกข์ได้ระดับหนึ่งทีเดียว (ไม่นับคำยุ สู้-สู้-สู้ หรือ ราวี-ราวี-ราวี) เมื่อมีเรื่องผิดคาด "มันเป็นเช่นนั้นเอง" มันเป็นของมันพรรค์นั้นแหละ" "รู้จักยอม-หยุด-เย็นเสียบ้างซิ" "จะไปยึดมั่นอะไรกันนักหนา" "สุดแต่บุญแต่กรรมเถอะ" "ปลงเสียเถอะแม่จำเนียร" ฯลฯ

การ "ปลง" เป็นการยุติเรื่องนั้นให้อยู่แต่นั้น ไม่ให้ลูกลามเผาลนจิตใจของเราอีกต่อไป พระภิกษุเมื่อทำผิดวินัยก็มีการ "ปลงอาบัติ คือการมาสารภาพความผิดต่อพระภิกษุผู้อาวุโส แล้วก็เป็นอันหมดข้อข้องจิตที่จะติดเป็นปมด้อยอีกต่อไป

ในกรณีทีเราทำดีแล้วไม่ได้ดี ทำงานดีไม่มีเส้นสายเลยถูกกีดกัน ไม่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งกับเขาเสียที ก็ต้องปลง (ปลงให้ตกแล้วสู้ต่อไป อย่างชนิดที่ไม่มีความทุกข์ค้างอยู่ในจิต) ทำดีแทบตายแม่สามีไม่เห็นคุณความดีก็ต้องปลงให้ตก ท่านอาจจะเป็นคนเช่นนั้นมักก็ต้องเป็นเช่นนั้น จะไปทุกข์อะไรกับเรื่องนี้ แต่เราก็ต้องทำดีต่อไป (เพราะเรื่องดี-ไม่ดีในการกระทำของเรามันกระทบผูกพันที่ตัวเรา ไม่เกี่ยวกับคนอื่นว่าจะต้องมารับรองหรือไม่)

ทำอะไรดีๆ แล้วคนไม่เข้าใจ เราก็ต้องปลง ต้องอดทน บางทีเราก็พูดอธิบายไม่ได้เสียด้วย มันก็ต้องปล่อยไปอย่างนั้น แต่ทว่าเราจะยังคงแน่แน่ของเราต่อไป เราหวังทำเพื่อความถูกต้องถูกธรรมมิใช่หรือ เรามิได้ทำเพื่อหวังจะให้ถูกใจใครมิใช่หรือ?

เก็สเส็น เป็นพระจิตรกรที่มีชื่อมากรูปหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะเริ่มเขียนรูปหรือวาดรูป ท่านมักจะยืนกราน ให้มีการจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าเสมอๆ และค่าจ้างของท่านก็สูงเสียด้วย ผู้คนรู้จักท่านในนามของ "จิตรกรขี้เหนียว"

เกอิชา (หญิงบริการประเภทหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น) คนหนึ่งได้ให้ค่าเหนื่อยในการวาดภาพแก่ท่าน "คุณจะจ่ายให้ได้มากเท่าไร?" เก็สเส็นถามขึ้น
"ท่านคิดมาก็แล้วกัน เท่าไรก็ได้" หญิงสาวตอบ "แต่ดิฉันต้องการให้ท่านวาดอยู่ต่อหน้าฉันนี่แหละ"

ดังนั้น วันต่อมาเก็สเส็น ก็ถูกเกอิชาคนนั้นตามตัวให้มาวาดภาพให้เธอขณะที่เธอกำลังจัดเลี้ยงรับรองแขกของเธออยู่ เก็สเส็นจัดการวาดภาพด้วยฝีมืออันงดงาม เมื่องานสำเร็จลง ท่านก็เรียกราคาค่าจ้างเป็นจำนวนเงินที่สูงที่สุดเท่าที่ว่าจ้างกันในเวลานั้น

ท่านได้รับค่าจ้งของท่าน แต่แล้วเกอิชาก็หันไปหาลูกค้าของเธอและกล่าวว่า "ทั้งหมดที่จิตรกรท่านนี้ต้องการก็คือเงิน ภาพของเขางามมาก แต่จิตของเขาสกปรก เงินทำให้จิตของเขามืดมัว ด้วยการวาดชนิดที่จิตเต็มไปด้วยความโสโครก เช่นนั้น งานของเขาจึงไม่เหมาะที่จะเอาไปอวดแสดงให้ใครๆ ดูได้ มันคงจะเหมาะแก่เพททิโคท (กระโปรงชั้นในของผู้หญิง) ของฉันมากกว่า"

เธอกล่าวแล้วก็เลิกกระโปรงชั้นนอกของเธอขึ้น และขอให้เก็สเส็นวาดภาพอีกภาพหนึ่ง ลงที่ด้านหลังของเพททิโคทของเธอ
"คุณจะจ่ายเท่าไร?" เก็สเส็นถาม
"โอ. เท่าไรก็ได้" หญิงสาวตอบ
เก็สเส็นเรียกราคาสูงลิ่ว แล้ววาดภาพอีกภาพหนึ่งตามที่เธอร้องขอ จากนั้นก็จากไป ทราบกันในเวลาต่อมาว่า เก็สเส็นมีเหตุผลบางประการในการต้องการเงินมาใช้จ่าย (คือ)

  1. ทุพภิกขภัยอันร้ายกาจได้เข้าไปเยือนจังหวัดของท่าน คนรวยไม่ยอมช่วยเหลือคนจน ดังนั้น เก็สเส็นจึงตั้งโกดังลับๆ แห่งหนึ่งขึ้น ซึ่งไม่มีใครทราบ และเก็บเมล็ดธัญพืชไว้เต็ม โกดังเพื่อเตรียมรับความขาดแคลนฉุกเฉินเหล่า
  2. จากหมู่บ้านของท่านไปยังสถูปแห่งชาติ ถนนอยู่ในสภาพที่แย่มาก และผู้เดินทางต่างก็ประสบความลำบากมาก เมื่อใช้เส้นทางสายนี้ ท่านปรารถนาที่จะสร้างถนนที่ดีขึ้นกว่านี้อีกสัก 1 สาย
  3. ครูของท่านได้จากไป โดยไม่สามารถที่จะทำให้ความปรารถนาของตัวเองสำเร็จผลขึ้นมาได้ คือครูของท่านต้องการสร้างวัดขึ้นมาสักหลังหนึ่งให้ได้ ดังนั้น เก็สเส็นจึงปรารถนาที่จะสร้างวัดให้สำเร็จ เพื่อครูของท่าน

หลังจากที่เก็สเส็นได้สำเร็จผลในความปรารถนาทั้ง 3 ประการนี้แล้ว ท่านก็ขว้างพู่กันและอุปกรณ์ของจิตรกรทิ้ง และหลีกเร้นไปพำนักในภูเขา ไม่วาดภาพใดๆ อีกเลย