ไหวพริบ - สิ่งอันเป็นที่ต้องการในทุกกรณี

"เราต้องไม่เข้าจัดการกับปัญหาต่างๆ ด้วยอารมณ์"


ในการเผชิญปัญหา ไม่ว่าปัญหาใดๆ การเดินหน้าเข้าใส่อย่างตรงๆ บางทีนอกจากไม่ได้ผลแล้วยังต้องเจ็บตัวฟรีอีกด้วย ในบางกรณีหรือส่วนมากแล้ว การใช้ไหวพริบเข้าจัดการอย่างมียุทธวิธีที่ดี จะอำนวยผลเป็นที่น่าพอใจเสมอๆ แต่ที่แน่ๆ เราต้องไม่เข้าจัดการกับปัญหาต่างๆ ด้วยอารมณ์ ด้วยอำนาจของโทสะ ต้องละมุนละม่อมและแยบคาย ดังประสบการณ์ของของอาจารย์บังเกอิเป็นตัวอย่างที่ตัวอย่างหนึ่ง

การเทศนาของอาจารย์บังเกอิมีผู้เข้ามาฟังมากมาย ไม่เฉพาะแต่นักศึกษาเซนเท่านั้น หากแต่มีผู้ฟังมาจากทุกระดับชั้นยศและทุกนิกาย ท่านไม่เคยยกเอาข้อความในพระสูตรมาอ้าง อีกทั้งไม่ยอมถกเถียงเชิงวิชาการอะไรกับใครด้วย ตรงกันข้าม ถ้อยคำของท่านพูดออกมาตรงๆ จากใจของท่านสู่ใจของผู้ฟังทั้งหลายโดยตรง

การที่อาจารย์บังเกอิมีผู้มาฟังมากๆ เช่นนี้ ทำให้พระนิกายนิชิเรนโกรธมาก เพราะบรรดาโยมอุปัฏฐากเขาได้หนีมาฟังคำสอนเซนกันหมด พระนิชิเรนผู้สำคัญตน (คิดถึงแต่ตนเอง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง จึงได้มาที่วัดของอาจารย์บังเกอิ ตั้งใจจะมาโต้วาทะกับอาจารย์บังเกอิให้จงได้

"เฮ้ อาจารย์เซน! เขาตะโกนเรียก "รอเดี๋ยว คนที่เขาเลื่อมใสแกเขาจะเชื่อฟังแกทุกอย่าง แต่คนอย่างฉันไม่เลื่อมใสแกเลย แกจะทำให้ฉันเชื่อฟังแกได้ไหม?"
"เข้ามาที่ข้างๆ ฉันซิ แล้วฉันจะแสดงให้ท่านดู" อาจารย์บังเกอิกล่าวขึ้น" พระรูปนั้นก้าวเดินผ่านฝูงชนอย่างกระหยิ่มใจ เข้ามายืนข้างๆ ท่านอาจารย์บังเกอิ อาจารย์บังเกอิยิ้มแล้วพูดขึ้น "เข้ามายืนทางข้างของฉันซิ" พระรูปนั้นก็ปฏิบัติตาม
"ไม่เอา" อาจารย์บังเกอิกล่าวขึ้น "เราจะพูดคุยกันได้ดีกว่านี้ถ้าท่านอยู่ที่ด้านขวามือของฉัน ก้าวมายืนที่นี่ดีกว่า"
พระรูปนั้นก้าวเดินอ้อมมายืนที่ด้านขวามือของท่านอาจารย์อย่างกระหยิ่มใจ "ท่านเห็นแล้วใช่ไหม" อาจารย์บังเกอิกล่าวสรุป "ท่านเชื่อฟังฉัน และฉันก็คิดว่าท่านเป็นคนสุภาพมากคนหนึ่ง เอาละ ทีนี้นั่งลงฟังฉันได้แล้ว"

การปฏิบัติธรรมก็เหมือนกับการทำงานอื่นๆ โดยทั่วๆ ไปนั่นแหละ เวลาใดที่ใจเราตกลงเราก็ต้อง "ยก" ใจของเราขึ้นมาบ้าง และเวลาใดที่ใจเราฟุ้งซ่านมากเกินไป เราก็ต้องรู้จักข่มมันลงไปเสียบ้าง ท้งนี้ต้องด้วย "ไหวพริบ" เท่านั้น