พวกเซน มีปรัชญาชีวิตอย่างไร จึงใช้ชีวิตท้าทายโลก ท้าทายสังคม และท้าทายกฎระเบียบพิธีรีตองต่างๆ ทางศาสนาได้อย่างไม่ยี่หระอะไรเลย
บทความ "ปล่อยวางอย่างเซน" นี้จะเสนอปรัชญาชีวิตของเซนในรูปของบทความง่ายๆ อ่านสนุก จบเป็นตอนๆ ในตัวเอง โดยนำเอานิทานเซนและประวัติตลอดจนประสบการณ์ของอาจารย์เซนทั้งหลายมาประมวลไว้ พร้อมให้อรรถาธิบายโดยย่อประกอบ อันจะช่วยให้ทุกๆ ท่านสามารถทราบสาระแห่งเซนได้ดีขึ้น และสามารถเข้าถึงเซนในจิตใจของตนได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
พอล เรพส์ ได้เขียนไว้ในคำนำหนังสือ "เนื้อหนังและกระดูกแห่งเซน" (Paul Reps, Zen Flesh, Zen Bones, Peguin Books 1982) ว่า
"อาจกล่าวได้ว่า เซน เป็นศิลปะในด้านใน เป็นประดิษฐกรรมของชาวตะวันออก ที่เริ่มรากฐานขึ้นในประเทศจีนโดยท่านโพธิธรรม ซึ่งเดินทางจากประเทศอินเดียไปถึงประเทศจีน ในคริสต์ศตวรรษที่ 6 และต่อมาก็ได้เผยแผ่ออกไปยังทิศตะวันออก ไปสู่ประเทศญี่ปุ่น ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 ทั้งนี้ โดยมีอัตลักษณ์ว่า "การส่งมอบหรือการถ่ายทอดชนิดพิเศษนอกพระสูตร, ไม่พึ่งพิงอยู่บนคำพูดและตัวอักษร ชี้ตรงไปยังจิตของบุคคล, ให้เห็นธรรมชาติเดิมแท้ของตนโดยตรง, และบรรลุเป็นพุทธะ.
ในประเทศจีน คำว่า เซน นี้จะถูกเรียกว่า ฌาน และฌานาจารย์หรือคณาจารย์เซนทั้งหลายนั้น แทนที่จะวางตัวเองในฐานะของศิษย์หรือสาวกแห่งพระพุทธะ กลับปรารถนาที่จะเป็นเพื่อนของพระองค์ คือมองว่าพระพุทธะเป็นเพื่อนผู้แสวงหาทางรอดด้วยกัน และยังกำหนดความสัมพันธ์ของท่านเหล่านั้นเองที่มีต่อจักรวาลนี้ ให้มีลักษณะเฉกเช่นพระพุทธะ และพระเยซูด้วย เหตุนั้น เซนจึงไม่ใช่นิกายแต่จะหมายถึงประสบการณ์ในการเข้าถึงธรรมเท่านั้น
ลักษณะนิสัยของเซนในการแสวงหาตัวเอง โดยใช้สมาธิภาวนา เพื่อที่จะประจักษ์ได้ถึงธรรมชาติแท้ของบุคคลนั้น ประกอบกับการไม่สนใจต่อพิธีรีตองต่างๆ นานา รวมทั้งย้ำที่จะควบคุมตัวเองให้ได้ เป็นนายตัวเองให้ได้ และเน้นการใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ เช่นนี้ ในที่สุดทำให้ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชนชั้นขุนนาง และชนชั้นปกครองในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก รวมทั้งได้รับความคารวะอย่างลึกซึ้ง จากนักศึกษา ปรัชญาทุกระดับชั้นในโลกซีกตะวันออก
กล่าวกันว่า ถ้าคุณมีเซนในชีวิตของคุณ คุณจะไม่มีความกลัว จะไม่มีความสงสัยอะไรในชีวิต จะไม่มีความละโมบ จะไม่มีอารมณ์อันปั่นป่วนรุนแรงชนิดเหวี่ยงไปสุดขั้ว (ดีใจสุด-เสียใจสุด เป็นต้น) และจะไม่มีอะไรมารบกวนคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำอันเห็นแก่ตัว หรือทัศนคติที่จำกัดเสรีใดๆ ก็ตาม คุณจะรับใช้มนุษยชาติอย่างสุภาพถ่อมตน และทำให้การมีชีวิตอยู่บนดลกนี้มีคุณค่าขึ้น ด้วยการเมตตาต่อทุกคน รวมทั้งให้ชีวิตของคุณล่วงผ่านไปดุจกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงไป จากดอกของมันด้วย ชีวิตจะมีแต่ความปลอดโปร่ง คุณจะเบิกบานกับชีวิตที่สงบอย่างล้ำลึก และนั่นเป็นสปิริต หรือวิญญาณของเซน ซึ่งมีเครื่องประดับเป็นวัดนับพันในประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น เป็นพระภิกษุและสามเณร เป็นทั้งความมั่งคั่งและเกียรติคุณ รวมไปถึงความเป็นพิธีรีตองต่างๆ ซึ่งมันจะข้ามไปให้พ้นด้วย
"การศึกษาเซน หรือการเบ่งบานขึ้นซึ่งธรรมชาติแท้ของบุคคลคนหนึ่งๆ นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ว่าในยุคในสมัยใด และบรรดาครูทั้งหลายทั้งที่แท้และที่เท็จ ที่ถูกและผิดต่างก็มีเจตจำนองที่จะช่วยเหลือศิษย์ทั้งหลาย ให้บรรลุถึงซึ่งที่หมายด้วยกันทั้งสิ้น และจากการผจญภัยในเซนมากมายหลายครั้ง สุดจะนับได้ตั้งแต่อดีตสมัยก็ก่อให้เกิดเป็นบันทึกประสบการณ์และนิทานเซนขึ้นมา เป็นเครื่องส่องทางแห่งเซน ดังที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านจงได้โปรดประจักษ์และระลึกถึงมันให้ได้ ในประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของท่านในปัจจุบันสมัยนี้"