อือม์ ...ต่อจากอ้ายกระท้อน
ผมคิดว่า ความเป็นกระบวนกรหรือว่าวิทยากรกระบวนกรหรือmodurator ความเป็นกลางนี่ก็สำคัญ ตลอดจนการจัดกระบวนการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
ตอนที่เราเตรียมทีมอาจยังไม่ได้ลงรายละเอียดตรงนี้ก้ได้ครับ เพราะเราเตรียมกันตอนขั้นตอน ผมเองก็ลืมเรื่องประเด็นแห่งการชี้นำไป อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ มีการโน้มนำค่อนข้างมากในบางตำบลอย่างที่ว่า
แต่ก็จะเห็นว่า กระบวนกรไม่เพียงพอ ไม่สามารถนั่งระจำกลุ่มเดียวกันได้นาน อาจยังต้องวิ่งไปมา
กระบวนกรมีการชี้นำบ้าง .. เหตุอาจเกิดจากหลายอย่างเช่น เคยทำแล้วไม่ได้ผลอย่างที่คิดแต่พอชี้นำแล้วเร็วดีได้ผล(ตามที่ต้องการ ) หรืออาจจะมีจากเหตุอื่น เอาเป็นเราได้เรียนรู้ร่วมกัน
ส่วนเรื่องที่ว่า การพัฒนากระบวนกรนั้นถ้าทำได้ดีเราก็จะได้กระบวนกรที่มีคอนเซปอย่างที่เราต้องการคือ การเป็นกลาง ไม่งั้นก็จะออกมาเป็นแบบที่อ้ายกระท้อนบอก คือ ไปยืนข้างหน้า แล้วก็ถามว่า เอ้าใครมีปัญหาอะไรบ้าง ก็ได้ข้อมูลมาทำแผนต่อ ... หรือเราจะมาคุยกันเรื่องการพัฒนาเครือข่ายกระบวนกรแห่งอำเภอปาย อือม์.... อ.นเรศเขาก็ถนัดเรื่องนี้เหมือนกันนะครับ อาจมีการเชื้อเชิญ เมื่อดินน้ำลมไฟทำปฏิกิริยาเหมาะสม
ประเด็นแผนพัฒนา PCU เนเรื่องยากจริงๆ อสม.ที่มาประชุมบอกงง ครับ พอดีแกได้หัวข้อการวิจัย แต่ก็พอออกมาเพระว่ามีเจ้าหน้าที่แผนใน อบต.มาร่วมอยู่ในนั้น ก็เป็นอะไรที่ผมเองได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดกระบวนกรเหมือกัน เพราะตอนแรกคิดว่าวันสุดท้ายจะง่ายที่สุด แต่ความจริงกับยากที่สุดใน 3 วันเลยครับ
กลับมาต่อที่เรื่องการประเมิน PCU
การประเมินช่วงก่อนที่จะมีการอัดตังลงมาที่เคยสังเกตรู้สึกว่า ค่อนข้างเป็นกลาง แต่พอมีสตางค์ เข้ามครับ ..เท่าที่ผมเห็นคือ การประเมินเต็มไปด้วยความเข้มข้น คือคนถูกประเมินก็ไม่ค่อยยอม คนที่ไปประเมินบางทีก็มีbyas บางทีก็ไม่แม่นในคะแนนทำให้เกิดอาการเครียดกันไปหมดทั้งสองฝ่าย บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าเพราะการตัดสินนี่เองที่เป็นทุกข์ แต่ถ้าไม่มีเงินอัดลงมา ก็เหมือนไม่มีการให้ความสำคัญอะไรกับเรื่องคุณภาพมากนัก อาจเป็นเพราะการพัฒนาที่ผิดแนวทาง ก็ได้ ยิ่งให้เป็นคนนี่ยิ่งเห้นได้ชัดใหญ่ แต่มีบางทีครับมีการตั้งคำถามว่าจะให้แต่ละคนในอนามัยเท่ากันดีหรือไม่ อะไรอย่างงี้ การพัฒนาที่เอาเงินเป็นตังตั้ง นีก็มีดีมีเสียเป็นเหมือนดาบสองคม
การประเมินที่เป็นกลาง ผู้ประเมินก็ต้องเซียนเหมือนกัน เพราะว่า เกณฑ์ที่ให้มาเท่าที่ผมได้เคยเป็นคนประเมิน ตามเกณฑ์ดังกล่าวก็พบว่ามันใช้งานยาก เกณฑ์บางข้อก็ไม่ชัดเจน บางข้อผมเองก็รับไม่ได้ที่ให้ตามนั้น อย่างข้อที่บอกว่า ถ้ามีคู่มือ IC ก็ได้ 5 คะแนนแล้ว แล้วก็มีการนึ่งของก็โอเคแต่พอดีสถานีอนามัยนั้นใช้ ซึ้งมานึ่งครับ ก็ผ่านได้อีกเหมือนกัน
ในเกณฑ์ข้อ 6 ถ้าผมจำไม่ผิดเพี้ยน การดูแลกาย ได้5 ถ้าดูแลจิตได้เพิ่มอีก เป็น 10ดูแลครอบครัวอีกเป็น15เลยไปถึงสังคมได้ 20 วิธีการก็คือให้สุ่มตรวจดูผู้ป่วยตอนไปประเมิน แค่นี้ก็ดุว่าการประเมินจะเป็นอย่างไร ในมาตรฐานใหม่ล่าสุดที่มีมาจากกรมสนับสนุบริการนั้นเองดูเหมือนจะดีขึ้นคือเริ่มไม่มีคะแนนครับ แต่ก็กลับมานั่งคิดว่าอ้าวแล้วเงินโบนัสจะทำอย่างไร แล้วถ้าไม่มีคะแนนที่ชัดเจนจะทำให้การประเมินเป็นอย่างไร
ล่าสุดมีมาตรฐานใหม่ออกมาอีก ตามแนวของ มาลคอม..คล้ายๆTQA อันนี้ยิ่งไปใหญ่ครับ คือไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ประเมิน แต่เห็นว่า เมื่ประมาณ ต้นปี 50 จะมีการนำร่อง 40 CUP ในเขตภาคเหนือ แล้ว ตัวแทนจาก 40 CUP ที่ว่านั้น จะเป็นผู้จะเป็นsurvayor ต่อไป แนวน่าจะคล้ายกับทาง พรพ.แต่อาจจะมีอะไรที่แตกต่างไปบ้าง แล้ว 40CUP ก็จะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี คิดว่า 3-5 ปี ก็คือปรับใช้เป็นมาตรฐานตัวนี้แต่ของสนับสนุนบริการจะเป็นอย่างไรต่อหรือว่าจะมีอยู่นั่นก็ยังไม่รู้ครับ แล้วก็มีมาตรฐานเล่มสีม่วงอีกครับ วุ่นวายกันพอสมควร
AAR กันบนเว็บนี่ก็ได้อีกบรรยากาศอีกแบบแฮะ พื้นที่ที่จะนั่งคุยอย่างนี้มันไม่ค่อยมีในชีวิตประจำวันเลยนะ
ความจริงบางครั้งก็ไม่อยากเรียกว่านัดประชุม อยากเรียกว่านัดคุยกัน อย่างวันที่ 15 ที่ว่านัดคุยกันเรื่องของสุขาภิบาลอาหารกับงานตรวจร้านชำแล้วก็งานที่เกี่ยวข้อง อยากคุยกันในบรรยากาศสบายสบายแบบไม่ใช่ประชุมแต้ประชุมว่า บางคนอาจบอกว่าคุยแล้วเสียเวลาหรือเปล่า แต่ผมว่าไม่ไสยเวลา เพราะบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการน่าจะเป็นที่ก่อเกิดไอเดียมากกว่า น่จะเกิดความเป็นกัลยณมิตร มากกว่าและก่อเกิดการเรียนรู้ได้มากขึ้นครับ
...ยาวซักหน่อยนะครับ กำลังรอเข้าcaseต่อไปครับ ..เตรียมปลุกได้