สวัสดีครับท่านอาจารย์ปัทม์

  • คงต้องจบตอนแล้วนะครับ
  • ครั้งแรกที่จะค้นคว้าเพื่อเรียบเรียงเรื่องนี้ มีจุดประกายบางอย่าง อย่างหนึ่งคือ เมื่อผมเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากเบ้าตาของคนที่สูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักแล้วให้รู้สึกสลดใจทุกครั้ง บางคนไม่เป็นอันทำมาหากิน ..... จึงให้คิดว่า นี่มันอะไรกันหนอ จึงวางแผนเขียนเรื่องนี้เพื่อเตือนตัวเอง ครั้งแรกก็วางแผนไว้สวยดีอยู่คือ ต้องการเปรียบเทียบให้เห็นการปฏิบัติตนของภิกษุ ๒ รูปคือ สุภัทรภิกษุผู้เป็นปัจฉิมสาวกและสุภัทรภิกษุผู้เป็นคณะของพระมหากัสสปะ และจะตบท้ายด้วยปัจฉิมโอวาท เพื่อเป็นการสรุปให้เห็นว่า ควรจะปฏิบัติอย่างไรให้สมกับการมีชีวิตอยู่ จึงเริ่มทิ้งงานอื่นๆ และเขียนขึ้นเมื่อวันที่ ๓ มกราคม แล้วก็หยุดไปทำงานอื่นๆ เพิ่งหยิบพระไตรปิฎกของเพื่อนมค้นคว้าเมื่อวาน และตัดบางส่วนออกไปเหลือเพียงน้อยนิดของเนื้อความ...จึงได้เพียงเท่านี้
  • ข้อบกพร่องกับแผนที่วางไว้คือ ๑) เรื่องเล่าของสุภัทรภิกษุในคณะของพระมหากัสสปะนั้นน้อยไป ควรจะเรียบเรียงให้เท่าเทียมกับภิกษุปัจฉิมสาวก ๒) การวิเคราะห์จริยธรรมในเรื่องเล่า ควรมีการเชื่อมโยงกับปัจจุบัน ๓) หลักฐานอ้างอิงเนื้อความ ยังต้องค้นคว้าเพื่อนำมาเพิ่มเติม ๔) ศัพท์เฉพาะทางพุทธศาสนา น่าจะมีการอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องกับผู้ที่ต้องการความรู้
  • รวมความแล้ว ทั้งหมดยังต้องแก้ไขต่อไป แต่..ขอพักไว้ก่อน ให้ปลาเค็มที่ตากไว้ได้ที่ก่อน อ.สมภาร พรหมทา เคยเขียนไว้ในหนังสือว่า การเขียนหนังสือนั้นต้องทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่ จะพบอะไรบางอย่างให้ต้องแก้ไขให้ดีขึ้นได้ต่อไป
  • ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ติดตามนะครับ :-)