ปัญหาการค้าไทย-สปป.ลาว และแนวทางแก้ไข
1. ปัญหาและอุปสรรค
1.1 การผ่านเข้า-ออก สปป.ลาว และระหว่างแขวงต่าง ๆ ในสปป.ลาว ยังไม่สะดวกและคล่องตัวเท่าที่ควร การเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มเติม ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากข้อจำกัดของทั้งสองฝ่าย
1.2 ระบบการค้าระหว่างประเทศของสปป.ลาวยังไม่เป็นสากลและไม่มีความแน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย กฎระเบียบบ่อยครั้ง มีการเข้มงวดในการนำเข้าสินค้า โดยกำหนดเป้าหมายที่จะลดภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศ มีการจำกัดโควต้าสินค้าที่จะนำเข้าเช่น ปูนซีเมนต์ น้ำมันพืช และเหล็กเส้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดมาตรการที่มิใช่ภาษีด้านอื่นๆเช่น การนำเข้าสินค้าไป สปป.ลาว ผู้นำเข้าจะต้องติดต่อและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความล่าช้า การนำเข้า-ส่งออก จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและต้องวางเงินค้ำประกัน และสามารถนำเข้าและส่งออกได้เฉพาะสินค้าในหมวดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
1.3 ทัศนคติเชิงลบต่อประเทศไทย ทำให้ลาวดำเนินนโยบายการค้า โดยเน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และให้ความสำคัญกับประเทศจีนและเวียดนาม ให้สิทธิพิเศษต่างๆโดยการลดภาษีและค่าธรรมเนียม
1.4 ผู้ประกอบการรายย่อยที่จะนำเข้า-ส่งออก สินค้าที่ไม่มีใบอนุญาต ต้องอาศัยการนำเข้า-ส่งออก ผ่านบริษัทที่มีใบอนุญาต และเสียค่านายหน้าเฉลี่ย 2-3% ทำให้ต้นทุนสินค้าสูง
1.5 ค่าขนส่ง และค่าบริการในการนำเข้า-ส่งออก ค่อนข้างสูง ประกอบกับความตกลงขนส่งสินค้าผ่านแดนไทย-สปป.ลาวยังมีปัญหา เนื่องจากสินค้าจากสปป.ลาวผ่านไทยไปประเทศที่สามไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม แต่ในทางกลับกันสินค้าจากไทยผ่านสปป.ลาวไปยังประเทศที่สาม ยังถูกเก็บค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ เส้นทางคมนาคมยังทุรกันดาร เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้า และเป็นลักษณะผูกขาด
1.6 สปป.ลาวขอให้ผู้ประกอบการไทยรับชำระค่าสินค้าเป็นเงินกีบ แต่ในขณะเดียวกันขอให้พ่อค้าไทยชำระค่าสินค้าสปป.ลาวเป็นเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้เป็นปัญหาที่จะค้ากับสปป.ลาวด้วยเงินกีบ
1.7 การค้านอกระบบส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของไทยที่อยู่ในสปป.ลาว เนื่องจากสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามีต้นทุนต่ำกว่า ตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องในระบบไม่สามารถแข่งขันได้ ส่งผลให้ผู้ทำการค้าลาวไม่สนใจที่จะเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มาจากประเทศไทย เว้นแต่สินค้าที่มีข้อจำกัดไม่สามารถขนถ่ายโดยใช้เรือเล็กได้
1.8 จุดผ่านแดนบางจุดที่มีปริมาณการค้าเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่ได้เป็นด่านถาวร เช่นด่านศุลกากรอำเภอบึงกาฬ และด่านปากชัน แขวงบริคำไซ ทำให้ขาดกลไกการรองรับการขยายตัวทางการค้าที่เพิ่มขึ้น
1.9 การขนถ่ายสินค้าของสปป.ลาว เน้นการใช้แรงงานคนมากกว่าเครื่องจักร ทำให้เกิดการเสียเวลา เป็นเหตุให้การขนถ่ายสินค้าไม่เสร็จทันตามกำหนด ส่งผลให้บริษัทรับขนส่งสินค้าขาดทุนและไม่ยอมรับงาน
1.10 การเดินทางเข้า-ออก ระหว่างไทย-สปป.ลาว ต้องมีวีซ่า ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายกับเวียงจันทน์ ซึ่งมีปริมาณการเดินทางผ่านเข้า-ออกจำนวนมาก
2. แนวทางแก้ไข
2.1 แสดงความจริงใจในการให้ความช่วยเหลือสปป.ลาวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยได้ดำเนินการไปแล้วหลายช่องทาง อาทิ การลดภาษีสินค้าเกษตรนำเข้าภายใต้ WTO 23 รายการ การลดภาษีสินค้าวัตถุดิบและเกษตรอื่นๆ 39 รายการ การให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (AISP) 24 รายการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 เป็นต้นมา และการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในด้านต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อกัน
2.2 สนับสนุนนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในสปป.ลาว โดยรัฐบาลควรพิจารณาให้ธนาคารซึ่งรัฐบาลเป็นผู้บริหารเช่น ธนาคารกรุงไทย รับซื้อเอกสารทางการเงินที่ออกและรับรองโดยรัฐบาลสปป.ลาว
2.3 ควรร่วมมือกันในการผลิตสินค้าเกษตรในสปป.ลาว เพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบ เพราะสปป.ลาวมีพื้นที่ว่างเปล่าจำนวนมากที่เหมาะสำหรับทำเกษตรกรรม
2.4 ควรพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น ไม่ควรปล่อยให้เนิ่นนาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสปป.ลาวได้มีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับเวียดนาม
2.5 มีส่วนร่วม และชักชวนประเทศที่สามหรือมูลนิธิต่างประเทศ เพื่อเข้าไปพัฒนาระบบโครงสร้าง
พื้นฐานในลาว
2.6 พิจารณา ส่งเสริมด้านการค้าชายแดนอย่างจริงจัง โดยมีนโยบายและการดำเนินการที่ชัดเจนตลอดจนการประสานระหว่างหน่วยงานภาคราชการและเอกชนของไทย ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และร่วมมือกันในการกำจัดการค้านอกระบบ