ขอแชร์ประสบการณ์ด้วยคนนะคะ จะเห็นได้ว่าจากที่คุณเมตตาเล่ามา จะเห็นความแตกต่างของบทบาทพ่อ และบทบาทแม่ ระหว่างอยู่ในรถ ซึ่งที่คุณเมตตาเปรียบเทียบมานั้น ถูกต้องเหลือเกิน แต่โชคดีที่ครอบครัวดิฉัน คนที่อยู่ในรถ เป็นทั้งคุณพ่อ และคุณแม่ ขณะที่คุณพ่อ (บทบาทเหมือนเพื่อนคุณเมตตาเปี๊ยบเลย) ชี้ชวนให้ลูกสาวคนเล็ก อนุบาล 2 ฝึกฝนตัวเลข และตัวอักษรภาษาไทย ผ่านทางป้ายทะเบียนรถยนต์ คันข้างหน้าเรา ซึ่งสองพ่อลูก ก็โต้ตอบกันไปมาอย่างถูกต้อง สำหรับลูกสาวคนโต ป.3 คุณพ่อก็จะฝึกภาษาอังกฤษให้โดยวิธีการเล่นเกมส์ต่อคำภาษาอังกฤษ "ตัวอย่างเช่น " ถ้าคุณพ่อ พูดคำว่า "tiger แปลว่า เสือ" ลูกคนโต ก็จะต้องหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ขึ้นต้นด้วยตัว R เช่น "Ring แปลว่า แหวน" เป็นอย่างงี้เกือบทุกวัน ในขณะที่ดิฉัน มีบทบาทคล้าย ๆ คุณเมตตา คือ จะเล่านิทานให้ลูกฟัง จะให้ลูกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้ฟัง เช่นเดียวกันค่ะ ลูกสาวทั้งสองคน ไม่ใช่คนที่เรียนเก่งที่สุดในห้อง แต่คนโต มักได้รับเลือกจากคุณครูให้เป็นตัวแทนห้องไปประกวดอ่านทำนองเสนาะบ้าง ไปประกวดเล่านิทานบ้าง ซึ่งทุกครั้งถึงแม้เขาจะไม่เคยได้รางวัลอะไรกลับมาเลย แต่พยายามบอกเขาเสมอค่ะ ว่า แค่ลูกได้มีโอกาสได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนห้อง นั่นคือ รางวัลที่ยิ่งใหญ่แล้ว การหยิบยื่นโอกาสให้เด็กได้แสดงออกในสิ่งที่เขาสนใจ ถือเป็นรางวัลที่เด็กจะรู้สึกภาคภูมิใจไปได้นานคะ
นอกเรื่องอีกแล้ว เขียนทีไร มีเรื่องเล่ายาวทุกที แค่อยากบอกค่ะว่า ทั้งบทบาทที่คุณเมตตา กับเพื่อนคุณเมตตา แสดงต่อลูก ๆ ไม่มีใครดีกว่าใครหรอกค่ะ ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนอยู่ในบทบาทไหนมากกว่า จริงไหมค่ะ