สวัสดีครับทุกท่าน

    ได้เข้าไปอ่านบทความของพี่  กมลวัลย์   ในบทความ คนคุณค่า : นักวิชาการเพื่อสังคม

    ทำให้เห็นภาพชัดของมวยคู่เอก นี้ชัดขึ้น โดยมี ท่าน

ดร. แสวง รวยสูงเนิน

เป็นผู้อธิบาย ผมได้ให้ความเห็นไว้ดังนี้ครับ

ท่านไปติดต่อตามคลิปที่มีคุณค่า อาหารสมองได้ที่ 

คนคุณค่า : นักวิชาการเพื่อสังคม

 

สวัสดีครับพี่ตุ๋ย

  • ดีใจมากๆ เลยครับ ที่ข่าวเหล่านี้จะแพร่สะพัดทั่วประเทศไทยครับ จะได้ซึมซับอะไรดีๆ กับสังคมไทยต่อไปครับ เป็นที่พึ่งให้กับเกษตรกรที่พร้อมจะเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ เอื้ออำนวยกับธรรมชาติครับ
  • จริงอย่างที่ อ.แสวงว่าครับ จากธรรมชาติ 100% ก็กลายเป็นธรรมชาติลดลง จนธรรมชาติอ่อนแอ ธรรมชาติจะขอพึ่งพาคน ก็พึ่งมาไม่ได้ คนก็ต้องไปพึ่งพาบริษัทปุ๋ย สารเคมี ท้ายที่สุดแล้วก็คือ การฆ่าตัดตอนนั่นเอง
  • นี่คือการฆ่าตัด ตอนทางระบบนิเวศน์ก็ว่าได้ครับ พอใช้สารเคมีฆ่าตัดตอนสิ่งมีชีวิตหนึ่งก็กระทบกันเป็นห่วงโซและท้ายที่สุด ก็วกวนเข้าสู่ตัวคนอยู่ดีครับ
  • จากที่ธรรมชาติให้คุณ เมื่อธรรมชาติอ่อนแอ ธรรมชาติก็สนองโทษแทนครับ คราวนี้หล่ะครับ จะหาสารเคมีมาใส่น้ำให้น้ำดี ก็หายากแล้วล่ะครับ จะหาน้ำมนต์มาฉีดพ่นป่าไม้ให้ป่าฟื้นลุกขึ้นมาใหม่ก็คงยากแล้ว เพราะว่าพระแม่ธรณีโดนทำลายไปแล้ว
  • จะขับเครื่องบินไล่เมฆในอากาศก็ไ่ม่ได้อีกแล้วเพราะว่าพระพายแปรเปลี่ยนไปในทางอื่นแล้ว
  • นี่ล่ะหนอ...ฆ่าตัดตอนทางนิเวศ ก็เป็นแบบนี้นี่เองครับ
  • คลิป คนคุณค่าทุกๆ ตอนผมว่าน่าจะเอามาเปิดวันละสามเวลาครับ หรือน่าจะมีการตามไปดูค้นๆๆ ขุดต่อยอดสิ่งดีๆ ออกมานำเสนออีกต่อเนื่องที่แท้จริงให้เกิดผลกับประชาชนจริงๆ ก็น่าจะดีครับ
  • น่า จะมีสื่อที่ยืนอยู่กับพี่น้องเกษตรกรสักช่องนะครับ ให้คนเกษตรคุยกับนักวิชาการที่ทำจริงผ่านจาก ชุมชนถึงประชาชนได้ก็คงดีครับ โดยมีสื่อเป็นตัวเชื่อม คงจะรอดวิกฤตที่จะมาถึงนี้ได้เยอะพอสมควร
  • อิๆๆๆ เข้ามาบ่นใหญ่เลยครับผม ขอบคุณมากๆ นะครับ
  • สวัสดีปีใหม่ครับ