สวัสดีครับพี่ศศินันท์ sasinanda

  • ขอบพระคุณมากๆ นะครับที่ให้ข้อคิดเห็นดีๆต่อกันเสมอครับ
  • เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง ว่าไปแล้วก็คงมีมาตลอดแต่ไหนแต่ไรนะครับ แต่คนเราไม่ได้รับรู้ หรือว่ารู้สึกเดือดร้อนโดยตรงเท่านั้นเองครับ
  • เพราะในภาวะที่คนมีมากขึ้น การบุกรุกพื้นที่ที่ไม่สมควรก็สูงขึ้น การกระจายตัวของคนไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยก็สูงขึ้น และเทคโนโลยีในการรับรู้ก็สูงขึ้นแล้วนั้น
  • ทำให้คนได้ัรับรู้กันมากขึ้น เพราะว่าไปแล้วกระแสลมที่พัดเข้าสู่อ่าวไทยกระทบชายฝั่งอ่าวไทยของชายฝั่งไทย ก็พัดมายาวนานครับ เพียงแต่ว่าระบบอาจจะสั้นบ้างยาวบ้าน ต่อเนื่องบ้าง ขาดช่วงบ้างครับ ตามระบบองค์รวมของธรรมชาติครับ
  • ในเมืองหลวงนั้นเรื่องทรุดตัว น่าเป็นห่วงครับ เพราะกทม. รวมหลายๆ อย่างไว้ในแบบรวมศูนย์ ตั้งแต่เรารู้จักเทคโนโยโลยีมา การตระหนักรับรู้จึงสำคัญว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
  • ผมเองไม่อยากจะจินตนาการเรื่องทรุดตัวเท่าไหร่ครับ เพราะว่าหากเกิดต่อเนื่องแล้วนั้น ผลมันจะเป็นอย่างไรก็ไ่ม่ทราบ โดยเฉพาะอะไรที่อยู่ใต้ดิน เทคโนโลยีอย่างไรก็ูสู้แรงกระทำจากธรรมชาติไม่ได้ครับ ต้านได้ครับ แต่เพียงแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น
  • ทางออกหนึ่งที่สำคัญคือการเข้าใจธรรมชาติเพื่อการอยู่ร่วม และเราเท่านั้นที่ต้องปรับตัว ไม่ใช่ธรรมชาติต้องปรับตัวครับ
  • ขอบพระคุณพี่มากๆ นะครับ ต้องช่วยกันป้องกันปัญหาที่จะเิกิดร่วมกันนะครับ แล้วมีให้สมดุล สิ่งดีๆ จะเกิดและตกแก่รุ่นลูกหลานของเราเองครับ
  • ฝากไว้เล่นๆ หากแผ่นดินไหวหนักๆ แรงๆ เกิดขึ้น ในพื้นที่บ้านเรา จะทำอย่างไร เราพร้อมแล้วไหมในการที่จะให้ความรู้กับคน พร้อมแล้วไหมที่คนจะมีภูมิคุ้มกันเบื้องต้นในการช่วยเหลือตนเอง
  • แล้วจากสื่อที่เราได้รับอยู่ทุกวันมีสิ่งเหล่านี้อยู่บ้างไหม เราเตรียมพร้อมอย่างไร ในการตอบสนองสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่มาแน่เหล่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดตรงไหนบ้างก่อนหลังอย่างไร
  • ขอบคุณครับ