• ผมมาติดตามครับ
  • ความเสี่ยงในการผลิตนั้นมาหลายปัจจัย แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงลงไปบ้างในกรณีที่ปลูกพืช cash crop แบบ Contract farming โดยนักวิชาการเกษตรของบริษัทนั้นๆลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ที่พบความถี่ในการเยี่ยมแปลงเกษตรกรนั้นไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติต่างๆของการเติบโตของพืช  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของบริษัทก็ได้
  • ในกรณีที่เป็นพืช cash crop ที่ไม่เป็น contract farming เราก็หวังนักเกษตรจากกรมส่งเสริมการเกษตรไม่ได้ เพราะท่านมีงานมากมายจึงไม่มีเวลามาเยี่ยมแปลงบ่อยครั้งตามควรจะเป็น
  • มีเกษตรกรจำนวนไม่มากนักที่พึ่งความรู้ตัวเองได้  แต่โดยทั่วไปยังคลำกันทั้งนั้น  โดยเฉพาะพืชที่เป็นพันธุ์ที่เขาผลิตขึ้นมาใหม่ๆ ยังไม่ปรับตัวเข้ากับพื้นที่นั้นๆ
  • สรุปแล้วเกษตรกรก็แบกความเสี่ยงเต็มๆไปตลอด ขนาดผมทำเป็นโครงการพิเศษ มีนักวิชาการเฝ้า ยังพลาด เพราะพืชที่มี return สูงนั้น ต้องเป็นแบบ icc= intensive care crop ในทัศนผมนั้น ต้องเป็นโครงการพิเศษ หรือระบบสหกรณ์ที่มีผู้บริหารเก่งๆ หรือเกษตรกรบางแห่งที่เก่งในเรื่องการเรียนรู้และปรับตัว  สำหรับเกษตรกรทั่วไปนั้น เสี่ยงสูงมากที่จะเล่นพืชประเภท icc ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรก็ต้องขอกู้เงินเพื่อลงทุนกับพืชชนิดนี้มากกว่า 50% ในประสบการของผมนะครับ
  • นี่เองบริษัทธุรกิจเกษตรจึงหมุนเวียนพื้นที่ปลูกไปเรื่อยๆ
  • ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ที่กล่าวมาทั้งหมดครับ เพียงผมเอาประสบการร์มาแบ่งปันเท่านั้นครับ