สวัสดีค่ะน้องหมอ
ช่ายเลยยยยย..โดนใจชั้นเลย ฯลฯ
ครวญเพลงหงุงหงิงด้วยความรื่นเริงเมื่อเห็นว่าน้องหมอมีลักษณะของผู้ที่เป็นวิหารธรรมอย่างแท้จริง
การที่เราโน้มใจเราลงเพื่อเข้าใจคนอื่นทำให้ใจของเราเปิดกว้างมิจฉาทิฐิตางๆที่อยู่ในใจเราก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ และเราได้เรียนรู้ว่าแท้จริงแล้วมนุษย์ล้วนเท่าเทียมกันทุกคนไม่มีความแตกต่างใดๆและล้วนแต่ประกอบด้วยเหตุแห่งทุกข์ที่คล้ายคลึงกันทั้งสิ้นแม้แต่ตัวเราเองก็ไม่ได้เหนือกว่าหรือด้อยกว่าคนอื่นเล้ยล่ะจ้ะ
ที่สำคัญคือเมื่อเราเข้าใจคนอื่นเราจะลด " การตัดสิน " คนอื่นลงโดยอัตโนมัติ..การตัดสินผิด - ถูก ดำ - ขาวจะลดลง ความทุกข์ในใจเราก็จะลดลงเป็นเงาตามตัว
กระแสเย็นในตัวเราก็จะเพิ่มขึ้น คนที่เข้ามาหรือคนที่อยู่รอบข้างก็จะรู้สึกเย็นฉ่ำไม่ร้อนเร่า.. แบบพระอริยเจ้าหรือผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ที่เรารู้สึกฉ่ำเย็นและศรัทธาเกิดขึ้นในใจเราได้เลยโดยไม่ต้องฝืนน่ะค่ะ..
ชัดเลยมั้ยคะว่าทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยก่อเกิดซึ่งกันและกันทั้งนั้นเลย..พี่คิดว่าการทำสมาธิหรือพิจารณาธรรมนั้นไม่จำเป็นต้องปลีกตัวออกจากโลก เราสามารถทำได้เพียงพิจารณาเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นในตัวเราแบบที่หมอทำนี่แหละค่ะ เกิด - ดับที่ในตัวเราเองแล้วเราจะทราบว่าสุขที่แท้และแผ่ไปถึงผู้อื่นได้นั้นอยู่ที่ใดเนาะคะน้องหมอ
ขอให้น้องหมอและครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญในธรรมตลอดไปนะคะ..สวัสดีปีใหม่ค่ะ