สวัสดีครับ คุณครูชาและทุกท่าน

ผมขอแสดงความคิดเห็นร่วมด้วยคนนะครับ

๑. กลอนที่ยกมานี้ เข้าใจว่า เป็นกลอนลำหรือกลอนผญา ไม่ใช่กลอนเซิ้งครับ

๒. เป็นกลอนที่กลุ่มผู้มีบุญใช้ปลุกระดมมวลชนแบบ "จดหมายลูกโซ่" (อย่างในปัจจุบัน) หรือบางทีอาจจะถูกนำมาลำเสนอตามหมู่บ้านต่าง ๆ โดย "หมอลำอัศจรรย์" เพื่อทำนายชะตาบ้านเมือง

๓. และทั้งหมดนี้ น่าจะอยู่บนฐานสำนึก "ความหลังและความหวัง" ของคนอีสานในยุคนั้น กล่าวคือคนยุคนั้นเขาโหยหาความรุ่งเรืองของเวียงจันทน์และยุคสมัยพระศรีอาริย์ (สังคมที่ดีกว่า)

๔. เห็นด้วยว่า เป็นความเชื่อที่ขาดสติและขาดการประเมินสถานการณ์ที่ถูกต้อง

๕. และน่าสังเกตว่า ต่อมา อุบลฯ กลายเป็นศูนย์กลางความเจริญของหมอลำและพระสงฆ์ (ธรรมยุติกนิกาย)