ไม่เกินงามแต่อย่างใดหรอกค่ะุคุณนิโรธ
ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าการผลิตบัณฑิต ไม่จำเป็นต้องผลิตให้เป็นวิศวกรหรือแพทย์กันทุกคน ทุกๆ อาชีพมีความสำคัญกันทั้งนั้น ดิฉันค่อนข้างจะสนับสนุนให้คนเรียนอาชีวะศึกษากันมากๆ ด้วยซ้ำ ไม่ค่อยสนับสนุนให้เรียนโท หรือเอก กันไปหมด เพราะรู้สึกว่าการเรียนโทหรือเอก ไม่ได้รับประกันว่ามีปริญญาบัตรมากขึ้น สูงขึ้นแล้วจะทำให้ทำงานดีขึ้นเสมอไป
น่าเสียดายที่ค่านิยมปัจจุบันของคนไทยไม่นิยมการเรียนในสายอาชีวะสักเท่าไหร่ ถึงรัฐจะสนับสนุนมากๆ ในตอนนี้ คนที่จะมาเรียนก็จะเป็นคนที่ขาดเงินทุนและโอกาสในการเรียนมัธยมปลาย แต่มาเรียนอาชีวะเพื่อการประกอบวิชาชีพ.. ไม่ได้มาเพราะใจรักในอาชีพนั้นๆ..ดิฉันว่าต้องเปลี่ยนค่านิยมกันในภาพรวมเลย..ต้องให้มีแนวคิดคล้ายกับที่คุณนิโรธยกตัวอย่างของประเทศเยอรมนีไว้น่ะค่ะ
สำหรับปัญหาที่บอกว่าเราผลิตผู้เรียนเพื่อเป็น "ทาสระบบทุนนิยม" นั้น ดิฉันคิดว่าตั้งแต่เด็กคนหนึ่งเกิดมา ยังไม่ต้องเข้าโรงเรียน ก็ถูกเลี้ยงให้อยู่ภายใต้ระบบทุนนิยมแล้วล่ะค่ะ เพราะพ่อแม่ ผู้ปกครองก็อาศัยอยู่ในระบบทุนนิยมอยู่ตลอด เด็กจะโตมากับการแข่งขันเพื่อเกรด ไม่ได้แข่งขันเพื่อรู้.. สังคมและพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็มองงานเกษตร งานอาชีวะ เป็นงานที่ลำบาก ค่าตอบแทนต่ำ ไม่มีเกียรติ..เด็กๆ ก็จะซึมซับสิ่งเหล่านี้ตลอด...สุดท้ายก็เป็นค่านิยมอย่างที่เห็นเนี่ยแหละค่ะ
ส่วนเรื่องทำอย่างไรผู้เรียนจะรู้จักนิพพานนั้น..ถ้าจะให้ดิฉันตั้งเป้าตอนนี้คงเอาแค่ให้นักศึกษารู้จักอิทธิบาท ๔ และรักษาศีล ๕ ไว้เป็นหลักก่อนค่ะ ถ้าปฏิบัติศีล ๕ ได้ รู้จักไตรลักษณ์ ..การศึกษาและทำความเข้าใจนิพพานก็คงจะมาได้เอง..ไม่ต้องสอนค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามา ลปรร นะคะ