ไหว้สาอาจารย์เก ที่นับถือ...
ผมไปเรียนซอเหมือนกัน ซอเจียงใหม่นี่แหละครับ การซอเก็บนกนั้นมีเรื่องที่อยู่ใต้เสื้อผ้าหรือบางท่านอาจว่ามีคำหยาบโลนที่จริงแล้วมันมีคติพอถอดองค์ความรู้ได้ ดั่งนี้
1. การซอนั้นมันเริ่มต้นตั้งแต่เช้า จนบ่ายค่ำ คนฟังก็อาจเบื่อจึงมีการเปลี่ยนสาระให้มันตลกโปกฮาไปบ้าง
2.การซอเก็บนกเป็นการลาบ้านเมืองเพื่อไปเซาะว่าหากิ๋นในป่ากว้างดงหนา ต้องผ่านด่านผ่านดง อันนี้แสดงถึงการบริหารป่าของเจ้าเมืองสมัยโบราณมิให้ใครไปทำลายย่ำยี เป็นการแสดงถึงการหาทางทำมาหากิน เป็นการรักษาหน้าที่ของนายอ่าย(ด่าน)ที่ต้องดูแลรักษาป่าไว้เป็นอย่างดี แต่มาปัจจุบันคนมีความรู้แบบฝรั่งมากเกินไปเลยเอาความคิดมาครอบงำวิถีพื้นบ้านเราหมดความหมาย หากใครพูดถึงเรื่องพื้นบ้านก็ถูกข้อหาว่าเป็นคนบ้านนอกบ้าง..เป็นคนไม่มีความรู้บ้าง บางคนแสดงออกขนาดว่าต้องพูดไทยคำฝรั่งคำถึงดีเด่น เห็นไหมละ มันเป็นพฤติกรรมที่มาทำลายวิถีเดิมทั้งสิ้น ป่าดงหนาก็กลายเป็นป่าดินโปร่งโล่งไปหมดๆไปเสียทุกอย่างทั้งป่าไม้ ทั้งที่ดินในป่า
3.เครื่อง เล่นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มักจะเป็นเครื่องบ่งบอกเพศชาย หญิง อันนี้เสมือนกับการไหว้ศิวลึงค์ของชาวอิ่นเดียถือว่าเป็นของสูงเป็นสิ่งที่ให้กำเนิดผู้คนทั่วไปเพียงแต่เราได้รับการสั่งสอนว่าเป็นเรื่องลามก โดยเฉพาะความคิดของคนภาคอื่นในสมัยก่อนมักดูถูกคนล้านนาว่าเป็น" อ้ายลาว" เสมือนมีความต่ำต้อยทางวัฒนธรรมในสายตาของคนภาคอื่นขณะเดียวกันพวกเราก็ถูกอบรมมาอย่างนั้น จึงทำให้ผู้คนบ้านเรามีความคิดเปลี่ยนไปตามการศึกษาที่ได้รับ บางคนถึงกลับดูถูกผะหญาปัญญาของบรรพบุรุษไปเลยก็มี หากเข้าไปกรุงเทพต้องพูดภาษาไทยกลางทั้งๆที่พูดกับคนล้านนาด้วยกันเองด้วยกลัวว่าคนอื่นได้ยินเขาจะดูถูก..ผมคิดว่าท่านก็คงเคยเห็นพฤติกรรมคนภาคเหนือดั่งว่านี้เช่นกันใช่ไหมละครับ?
4.เป็นกระบวนการซอที่ต้องจบลงเพื่อให้ผู้คนได้พากันกลับบ้านโดยที่มีความม่วน มีความสุขมีเรื่องเล่าขานกันต่อๆไป จะเห็นว่าการเล่นเพลงพื้นบ้านทั่วไปไม่ว่าเพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงฯลฯ.ล้วนแต่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องทุกภาค ทุกภาษา ยิ่งทางอินเดียด้วยแล้ว มีการไหว้เครืองเพศชาย หญิง ดังได้กล่าวมาบ้างแล้วข้างต้น ส่วนทางยุโรปแสดงออกทางศิลปะการปั้นที่เรียกันว่านู้ด ใช่ไหมครับ นั่นแสดงว่าทุกชาติยอมรับความเป็นธรรมชาติของคน เพียงแต่ว่าวัฒนธรรมชาติใดจะสร้างไว้มากน้อยหรือต่างกันอย่างไร? เพียงอย่างเดียวอย่าเอาวัฒนธรรมอื่นมาเทียบกับวัฒนธรรมเรา และอย่าเอาวัฒนธรรมเราไปข่มวัฒนธรรมอื่น หาไม่แล้วก็จะเกิดความสงสัย เคลือบแคลง เกิดการข่มทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน ทำลายภูมิปัญญาที่ดีๆของแต่ละพื้นที่ไปหมด หากเรามีอิสระในแต่ละวัฒนธรรมและเราศึกษาก็จะได้ความรู้หลากหลาย
เท่าที่ผมศึกษาเรื่องซอเจียงใหม่ก็สรุปได้ตามที่สรุปมาครับท่าน..อาจมีองค์ความรู้อื่นๆอีกหากเจาะลึกในแต่ละภาคหรือแต่ละหมู่บ้านนะครับ
ด้วยความปราถนาดีจาก....ลงุหนาน
พรหมมา