สวัสดีด้วยความสนุกสนานมากจ๊ะเบิร์ด
พี่แอมป์นั่งหัวเราะชอบใจอารมณ์ขันที่แสนคมคายของเบิร์ดอยู่นานเลยจ๊ะ เบิร์ดช่างมองทะลุไปเห็นมุมที่พี่นึกไปไม่ถึงเสมอ และช่างเชื่อมโยงความรู้เข้ากับความรู้สึกได้อย่างรื่นไหล ทำให้พี่เกิดทัศนวิสัย ^ ^ ที่กว้างขวางขึ้นอีกเยอะ
เพื่อป้องกันการเกิด Delay Development พี่จะรีบบอกน้องชายและน้องสะใภ้ให้อัดเสียงตนเองเล่านิทานไว้เสียแต่บัดเดี๋ยวนี้ จะได้เอาไว้เปิดให้หลานน้อยๆของพี่กำลังจะออกมาเยี่ยมชมโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าฟัง ลูกจะได้คุ้นเสียง และจะรีบเตือนพวกเขาว่าอย่าดูทีวีโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฤดู เอ๊ยช่วงนี้ เพราะเป็นช่วง "เสียง" ตีกัน มากที่สุด ไม่รู้เสียงใครเป็นเสียงใคร เดี๋ยวจะ"ก่อปัญหากับการเลียนเสียง" ของหลานพี่ "เพราะมีหลายเสียงเกินไป" อาจทำให้หลานน้อยๆของพี่ "ฉับฉน" ไปเสียเปล่าๆ : )
บทเรียนที่ได้จากการสอนภาษาไทยให้เณรเนปาล และที่เบิร์ดบอกว่า เด็กๆเรียนรู้ภาษาจากฐานของการจำ (โออันนี้พี่ชอบใจมาก) ทำให้พี่ได้คิดว่าเด็กไทยเรามีทุนทางภาษามาแล้วเป็นอย่างดี คือฟัง(จำเสียง)และเข้าใจคำไทยมามากพอที่จะสื่อสารด้วยการพูดได้แล้วทีเดียว เด็กมีคลังคำ มีทุนทางภาษาอยู่ดีๆแท้ๆ
แต่เหตุไฉนระบบเราจึงสามารถทำให้เขาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เมื่อโตขึ้น นึกแล้วกลุ้มจริงๆเทียว การ"จำและเข้าใจระบบสัญลักษณ์" ของเด็กไทยผิดเพี้ยนไปตอนไหนนะ
ตอนนี้พี่แอมป์ไม่รู้ว่าวิธีเริ่มสอนภาษาไทย เขาเปลี่ยนไปเริ่มจากฝึกอ่านการแจกลูก ผันอักษร แทนการอ่านคำเป็นคำๆแล้วหรือยังนะจ๊ะ สงสัยพี่ต้องเตรียมแบบฝึกหัดคลาสสิก.....
กอ อา กา กา เอก ก่า กา โท ก้า
ก๊า ตรี ก๊า กา จัต-ต๊ะ-วา ก๋า
ไว้สอนหลานพี่ให้ท่องไต่บันไดเสียงแจ๋วๆอย่างเป็นล่ำเป็นสันเสียแล้ว คง สะ-หนุกเหมือนตอนท่องสูตรคูณ ซ้องหนึ่งซ้อง ซ้องซ้องสี่ เลย อิอิ
คณิตศาสตร์กับภาษาคงคล้ายๆกันมังคะพี่ว่า ลงว่าจำได้ และเข้าใจสูตรแล้ว ก็สามารถไต่บันไดไปคิดเรื่องที่ยากขึ้น ซับซ้อนขึ้นได้ เพราะมีขั้นมีตอนเห็นที่มาที่ไป ช่วยให้คิดง่ายขึ้น
ส่วนที่ยุ่งๆจน อ่า-ไร-มะ-เอาะ อยู่ตอนนี่คงเพราะลัดตอน ข้ามขั้น จนผิดสูตรเนี่ยแหละจ๊ะ
ขอบคุณที่เบิร์ดแวะมาเปิดโลกกว้างทางการเรียนรู้ภาษาของเด็กน้อย ทำให้พี่แอมป์รู้สึกรื่นเริงกะ-เอ๊ยบันเทิงใจ ในการเตรียมตัวเปิดคอร์ส "สอนภาษาไทยสำหรับหลาน" อย่างสนุกสนานเป็นที่ยิ่ง และขอบคุณมากสำหรับการอนุโมทนากุศลนะจ๊ะ
ขอให้บุญรักษาเช่นกันนะจ๊ะเบิร์ด : )