สวัสดีค่ะน้องเม้ง
- พี่แอมป์เพิ่งวิ่งแน่บออกมาจากบันทึก “คนไทยจบแค่ชั้นประถม ฯ ?” ของเบิร์ดแบบรอดคมเขี้ยวมาหวุดหวิด(เพราะเบิร์ดบอกว่าคันเขี้ยว)
- และพี่ก็ยังไม่หายมันเขี้ยว เลยแวะมานั่งขำคำถาม(ที่ไม่หวังให้ตอบ)ของเม้งอีกแป๊บ
- พี่แอมป์สงสัยนะคะ เมื่อรู้สึกว่า“การศึกษาในระบบ” มีปัญหา และมีส่วนก่อให้เกิดปัญหา ทำไมเรายังเลือกใช้บริการนี้อยู่อีก
- อาจเป็นเพราะไม่มีบริการที่ดีกว่า หรือเพราะเราจำนวนมากไม่กล้าเลือกใช้บริการระบบอื่น หรือเพราะเรากลัวลูกไม่เหมือนเพื่อน หรือเพราะลึกๆแล้วเรา(คนจำนวนมาก)ยังต้องการ”ความเหมือน”ใช่หรือไม่
- ถ้าแน่ใจว่าการศึกษาที่ดีที่สุด คือการศึกษาที่เชื่อมโยงชีวิตจริงๆได้ ทำไมเรา(ส่วนมาก)ไม่กล้าให้เด็กๆออกไปใช้ชีวิตจริงๆ ไปเรียนรู้อะไรด้วยตัวเขาเอง ไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเขาเอง เจอร้ายเจอดีด้วยตัวตนของเขาเอง แทนที่จะเจอเฉพาะบนกระดาษ หรือบนกระดาน (หรือบนจอ)
- ทำไมเราไม่ยอมให้เด็กจะมีเวลาเรียนรู้สังคมและชีวิตนอกโรงเรียนให้มาก รวมถึงเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตจากการเรียนในห้องเรียน เป็นการไปฝึกทำงาน (เพื่อฝึกการรับผิดชอบชีวิตด้วยตนเอง) ตามวุฒิภาวะของเขา นอกห้องเรียน โดยไม่ต้องเข้าไปถูกขังอยู่ในห้องเรียนนานถึง 12 ปี และอยู่ในสภาพการสื่อสารจำลองที่(ดูเหมือนจะ)ไกลความจริงของชีวิต
- และหลายเรื่องที่เรียนนั้น คนอื่นคิดมาให้เสร็จสำเร็จรูปแล้ว เขาจึงไม่ได้คิดด้วยตัวเอง และแทบไม่ต้องสร้างความรู้ด้วยตนเองอีก
- หรือเป็นเพราะคนเรามักชอบเรียนลัดจากความรู้สำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จรูป มากกว่าเรียนรู้แบบแลกด้วยตัวตนและชีวิตของเรา เพราะมันสบายกว่ากันเยอะ และมีเกียรติกว่ากันแยะ
- ทำไมต้องให้ทุกคนเรียนฟรีตามหลักสูตรรวมศูนย์เบ็ดเสร็จของส่วนกลาง ด้วยเวลาเท่าๆกัน การให้เรียนฟรี”ทุกคน”ดีจริงหรือ ทำได้แน่หรือ ในเมื่อเงินกลางมีจำกัดอยู่เท่านั้น แน่ใจหรือว่าจะดึงเงินมาให้ทั่วถึง เพื่อบริหารจัดการให้เท่าเทียมกันได้อย่างแท้จริง เพราะปริบทของแต่ละที่ต่างกัน และบางที่ก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว
- และแน่ใจหรือว่าผู้ที่ต้องการคุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า พร้อมกว่า จะไม่อยากจ่ายแพงกว่า เพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาที่ดีกว่าสำหรับลูกเขา ในโลกวัตถุนิยม ทุนนิยม และบริโภคนิยมโดยเสรีนี้ ของฟรีอาจมิได้ดีเสมอไป เพราะก่อนจะได้อะไรมาทุกอย่าง ต้อง”ลงทุน”ก่อนเสมอ (แม้แต่ค่าป้ายประกาศนโยบาย)
- อาจเป็นเพราะคำว่า “ฟรี” คือความรู้สึกว่าให้เปล่า แต่อาจมิได้รู้เท่าทันว่า กระบวนการให้เปล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ระบบใหญ่ของสังคมก่อนที่จะมาถึงการให้เปล่าแบบเหวี่ยงๆเอานั้น ได้ผ่านการออกแบบอย่างลึกซึ้งมาก่อนหรือไม่
- ผลของการให้เปล่า (หรือแบบ "จู่ๆก็ให้" )โดยไม่มีโครงสร้างและวิธีคิดที่เหมาะสมรองรับ จะเป็นคุณอย่างแท้จริงหรือไม่ หรือจะเกิดเป็นผลพวงของการรับเอาไปอย่างไม่รู้คุณค่า หรือไม่รู้ถึงความเสี่ยงของชีวิตที่จะตามมาภายหลัง แบบที่ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้คืนอย่างตอนนี้ไหม
- เมื่อเห็นความจริงอีกชุด ชีวิตก็แทบดิ้นไม่หลุดเสียแล้ว
- เรื่องบางเรื่อง... ต้องช่วยกันเฝ้าระวังเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นสัญชาตญาณระวังภัยของสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ ที่ถูกทำให้จางหายไปโดยฤทธิ์เทคโนโลยี ที่ทำให้เราเกือบเชื่อได้ว่าอะไรๆก็ปลอดภัย จนลืมฮิวแมนแอเร่อไปสนิท
เพราะเทคโนโลยี.... ก็เกิดขึ้นโดยมนุษย์ - “.....อะไรก็ตามที่ผ่านมือมนุษย์ ย่อมไว้ใจไม่ได้....”
คำคมของใครก็ไม่รู้ว่าไว้ขำๆดีละ… - ดูซิเม้ง .....พี่ก็ถามเองตอบเองไปเรียบร้อยแล้ว
- สุดท้ายนี้ ...ทำไมพี่แอมป์ต้องลงท้ายตอนจบว่าสุดท้ายนี้ทุกทีนะ สงสัยจริงๆ.... : )
- งั้นเก๊าะจบแบบน่าสงสัยเอาดื้อๆยังงี้แหละจ๊ะ.... ได้อารมณ์งงๆดี .... อิอิ
- ที่สุดของสุดท้ายนี้ขอให้เม้งเสร็จงานไวๆ และรักษาสุขภาพด้วยนะคะ หน้าหนาว : )