พวกเราทุกคน จะมีโลกส่วนตัว และเราจะใช้ประสบการณ์เก่า ความเชื่อ คุณค่า value ความทรงจำ ความหมาย ของเราเอาไปทาบเคียงกับข้อมูลที่เข้ามาเสมอ ดังนั้นเรียกได้ว่า พวกเราทุกคน "มีความเสี่ยง" ที่จะตัดสินผิด เข้าใจผิด และพลอยคิดผิด กระทำผิดไปด้วย 

ปัญหาก็คือ สิ่งที่เราทำ ไม่ได้มีผลกระทบต่อตัวเราคนเดียว แต่มักจะไปทำให้คนอื่นโดนหางเลขไปด้วยเสมอ ยิ่งอาชีพแพทย์ พยาบาล เป็นอาชีพที่การสื่อสาร ความเข้าใจ สำคัญมากๆ เพราะจะต้่องมี trustworthiness หรือ คุณสมบัติ "ไว้ใจได้" เป็นสรณะ เราจะเกาหลังให้ใคร เราก็ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าเขาคันตรงไหนของหลัง ไม่ใช่เกาตรงไหนก็ได้ คันแค่ไหน ต้องการเกาขูดๆ หรือเกาเบาๆ ไม่ใช่เกาตามใจคนเกา แต่เป็นการเกาเพื่อคนที่ีคัน

เมื่อเรามี voice of judgment เราก็จะฟังน้อยลง หรือไม่ได้ฟังใครเลย ทันทีที่ได้ยินเสียง เริ่มต้นไปได้ไม่เท่าไร เราก็ download ของเก่าๆ มาเติมเต็มเอง หยุดฟัง ได้ยินแต่เสียงง้องๆแง้งๆ พอเสียงหยุด เราก็ใส่สิ่งที่เรามีอยู่ก่อนออกไปทั้งหมด เรียกอีกอย่างว่าอันความจริง มีอยู่ version เดียว คือของเราเองเท่านั้น ที่เราทำท่าฟัง ก็ทำไปยังงั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเข้าหัว เข้าหู ไม่ได้มีอะไรใหม่เกิดขึ้น

ในที่ประชุมที่ไหนก็ตาม หรือห้องเรียน ถ้ารับรู้โดยมีเสียงแห่งการตัดสินกำกับ พอเสร็จการประชุม ก็จะไม่ได้อะไรเลย เหมือนกับไม่มีประชุม เพราะไม่มีใครฟังใคร มีแต่คนพกพาเอาวาระของตนเองเข้ามา จะระบาย ไม่ได้เตรียมตัวที่จะดูแลวาระของคนอื่นๆเลย ก่อนเข้าประชุมมีอยู่แค่ไหน ออกจากห้องประชุมก็มีเท่าเดิม ส่วนนักเรียนที่เดินเข้าห้องด้วยสมองที่เต็ม ก็จะไม่รับอะไรเข้าไปเพิ่มเติม เรียกว่าไม่พร้อมที่จะเรียน