ความเห็น


พม.เคลื่อนงานนี้ในเชิงนโยบายผ่านฐานงานที่อ.ไพบูลย์เข้าไปวางกลไกศตจ.ปชช.ในยุคคุณทักษิณเป็นนายกฯในนโยบายแก้ปัญหาความยากจน โดยให้พลเอกชวลิตมาดูแล งบประมาณผ่านพอช.ลงสู่ชุมชนในรูปเงินทุนสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในงานวิจัย5พื้นที่ที่ผ่านมา(งบวิจัยก็ได้จากศตจ.ปชช.ผ่านสกว.)สมทบให้ตำบลละ1แสนบาท

1)นโยบายนี้ตั้งคณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นขึ้นมา(ซึ่งผมร่วมเป็นคณะทำงานด้วย)ตั้งกลไกในระดับจังหวัดขึ้นมาในชื่อเดียวกัน โดยใช้งบคงเหลือจากศตจ.ปชช.(เปลี่ยนชื่อเป็นศจพ.)เกลี่ยให้จังหวัดละ7แสนบาท โดยพอช.ได้งบจากพม.200ล้านบาทเพื่อเคลื่อนงานนี้ต่อ คณะทำงานของพัทลุงใช้เงิน7แสนแยกเป็งบบริหารกับงบสมทบกองทุน20ตำบล นี่เป็นนโยบายเพื่อเปิดพื้นที่ทางสังคม "สวัสดิการชุมชนท้องถิ่น" ขึ้นมาในภาคปฏิบัติ โดยพม.เข้าไปแก้พรบ.สวัสดิการสังคม2546ให้มีนิยามนี้และเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการตามนิยามนี้ด้วย

2)ในกลไกตามพรบ.2546 มีกองทุนสนับสนุนให้องค์กรสาธารณประโยชน์ขอเงินไปสนับสนุนการจัดสวัสดิการสังคม มีปลัดกระทรวงเป็นประธาน มีอำนาจอนุมัติอยู่ตรงกลาง ฝ่ายนโยบายได้ผลักดันให้กระจายอำนาจลงมาที่จังหวัดชื่ออนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม มีตัวแทนจาก4ภาคส่วนจำนวน15คนคือราชการ4 ประชาสังคม3 ท้องถิ่น3และชุมชน4 มีพมจ.เป็นเลขา
พมจ.เสนอให้ผู้ว่าแต่งตั้ง ภาคประชาสังคมสรรหาโดยคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมจังหวัด ภาคท้องถิ่นเลือกกันเองจากอบจ. เทศบาลและอบต. ภาคชุมชนเลือกกันเอง ส่วนกลางได้ทดลองโอนงบกิจกรรมลงมาให้5จังหวัดนำร่องทดลองจังหวัดละ1ล้านบาทคือกทม. พัทลุง จันทบุรี ขอนแก่นและลำปาง กำหนดกรอบดำเนินการเชิงประเด็น25% พื้นที่75%จำนวน2เทศบาล3อบต. ตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี