สวัสดีครับน้อง . สุมิตรชัย คำเขาแดง


<div class="content">

          กว่าผู้คนทั่วไปจะรู้ตัวเราก็ถูกกลืนกินไปกว่าครึ่งตัวแล้วครับ  คลืบคลานออกมาจากปากอภิมหายักษ์เศรษฐกิจเสรีนิยม ที่กล่อมผู้คนด้วยบริโภคนิยม  สร้างสรรค์สินค้าสนองกิเลศมนุษย์ไม่สิ้นสุด

          แม้แต่ผู้คนที่คิดรอบคอบอย่างที่สุดก็บางครั้งเข้าไปอยู่ในวนแห่งอุบายการขายของเขาเหมือนกัน ก็ผมเองล่ะครับ

          ผมก็ถูกกลืนไปเยอะเหมือนกัน  พึ่งรู้ตัวว่าเรากำลังตกเป็นเหยื่อ เมื่อไม่เกินสิบปี

          สำหรับในช่วงชีวิตวัยรุ่นนั้น  หากไม่ได้รับความลำบากแบบครอบครัวเกษตรในยุคนั้น ผมคงมีฐานความคิดไม่แตกต่างจากผู้คนที่นิยมบริโภค

 

ทัศนะของพี่คือ ทุกคนตกอยู่ในกระแสการพัฒนาสายหลัก(กระแสโลกาภิวัฒน์ หรือ ลัทธิบริโภคนิยม) ซึ่งแม้แต่เราเองครับ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในศูนย์กลางกระแส คือในตัวเมือง และที่น่าห่วงคือ เด็กบ้านนอกที่เข้ามาในเมือง ต้องปรับตัวสุดๆ หากปรับไปทางไหลรื่นตามกระแสก็ลำบากครับ  ใครที่มีสติ หรืออยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ ก็ไม่หลวมตัวมากครับ

มีทฤษฎีทางสังคมที่เรียกว่า Pheriphery theory หมายถึง การขยายตัวของความเจริญจะขยายไปตามรัศมีจากศูนย์กลาง คือในตัวเมืองย่อมเข้มข้น และจางลงตามระยะทาง ในความเป็นจริงก็คือ สังคมเปิด คือสังคมเมือง สังคมกึ่งปิดกึ่งเปิด คือสังคมชนบทที่ห่างออกไป  และสังคมที่ปิด คือสังคมชนบทห่างไกล และไม่มีการเชื่อมโยงกับสังคมเมือง  ซึ่งปัจจุบันน่าจะไม่มีสังคมแบบนี้แล้ว เพราะส่วนใหญ่เป็นสังคมเปิดหมดแล้ว เพราะมีการเชื่อมโยงกับตัวเมืองด้วยถนน และสิ่งที่ไปกับถนน มีไฟฟ้า และสิ่งที่ไปกับไฟฟ้า คลื่นต่างๆ อยู่ป่าอยู่ดอยก็สามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในเมือง และทั่วโลกก็ว่าได้ เช่น ดงหลวง สามารถโทรศัพท์กับลูกสาวที่อยู่ญี่ปุ่นได้เลย ??? ทั้งๆที่บ้านข้าวไม่พอกิน ????

นี่คือการขยายตัวของระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และน่าเป็นห่วงเพราะมีสิ่งไม่ดีตามไปด้วย หากถามนักธุรกิจท่านก็ว่า เป็นเรื่องที่คนต้องตัดสินใจเอง ผมเพียงเสนอสินค้าที่มีคุณภาพเท่านั้น การตัดสินใจเป็นเรื่องของประชาชน ซึ่งถูก แต่ไม่ถูก ถูกเพราะเขาทำในสิ่งที่ถูกกฏหมาย ไม่มีกฏหมายห้ามแต่อย่างใด ที่ไม่ถูกเพราะ สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือเกินความจำเป็นในการหามาใช้ของชนบท ก็ไปกระตุ้นต่อมอยากจนทนไม่ไหว จำเป็นต้องควักกระเป๋าหามา  เมื่อไม่มีก็กู้ ซึ่งผลตามมาอีกมากมาย...น้องก็ทราบดี

          ที่น่าห่วงตอนนี้คือ  ภาพที่โทรทัศน์ ละคร และโฆษณา สร้างออกมา   การส่งเสริมการขายพาหนะประเภทต่าง ๆ การส่งเสริมการขายเครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่  โครงข่ายการสื่อสารที่รวบเอาโลกเป็นตลาดเดียว   กำลังทำให้ชีวิตผู้คนสังคมเกษตรดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  หลายคนเร่งการผลิต  เร่งการลงทุน เพื่อดึงเงินเข้ามาตอบสนองสินค้าที่ตนเองต้องการ

           เมื่อเราถูกดึงเข้าไปเป็นหน่วยหนึ่งของระบบการขายและซื้อ  เราก็ไม่ต่างจากสินค้าพวกหนึ่งของนายทุนใหญ่  ( จะเข้าเรื่องการเมืองอีกนะครับเนี่ย )

พี่เคยบ่นว่า นักธุรกิจนั้นมีเป้าหมายเพื่อทำธุรกิจที่หากำไรสูงสุดจึงทำทุกวิถีทางที่จะขายสินค้าให้ได้ จึงใช้วิทยายุทธทุกอย่าง และวงการวิชาการก็ตอบสนองการพัฒนาด้านนี้มากที่สุด น้องพิจารณาสิว่าในแผงหนังสือนั้นมีหนังสือที่เกี่ยวกับธุรกิจมากมาย  ออกมาใหม่ๆทุกสัปดาห์  และที่น่าสนใจนักวิชาการทางสื่อสารมวลชน ทางนิเทศก็ตอบสนองธุรกิจได้สุดๆ คิดหาระบบการโฆษณาที่กระตุกต่อมอยากคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  พี่เลยตั้งคำถามว่าทำไมนักวิชาการไม่หันมาใช้ความรู้ท่านมาสร้างเกราะป้องกัน หรือภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนบ้าง ทำไม ทำไม ?

           การต่อสู้หนึ่งที่จะเชื่อมโยงภาวะที่สมดุลของอำนาจและความเชื่อสูงสุดที่จะนำพาระบบเศรษฐกิจที่จะเป็นทางรอดของโลก  ผมขอฟันธงว่า ระบบสังคมนิยมต้องกลับมา  แต่ต้องเป็นไปอย่างสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รุดหน้ามามากมายเช่นปัจจุบันนี้

งั้นเชียวหรือครับ...พี่คิดว่าทุกระบบมีข้อดี ข้อเสีย ระบบสังคมนิยมนั้นหากกลุ่มปกครองเป็นคนดีมีคุณธรรม รู้เท่าทัน และไม่หลงกิเลส หลงอำนาจ แต่ตั้งใจทำเพื่อประชาชนเพื่อประเทศชาติจริงๆแล้ว ก็เป็นระบบที่น่าสนใจ หรือเรามักคุยกันว่า เป็นระบบเผด็จการเพื่อประชาชน  มิใช่เผด็จการเพื่อตนเอง  มนทางตรงข้ามระบบประชาธิปไตนเป็นระบบที่บกพร่องน้อยที่สุด  แต่บ้านเราก็พิสูจนแล้วว่า ระบบทุนนิยมไปได้ดีกับประชาธิปไตยแบบไทยไทย  คนมีเงินก็วิ่งเข้าหาอำนาจ  ดูได้ที่ระบบนักการเมืองท้องถิ่น คนหนุ่มสาวลูกเฒ่าแก่ก็สมัครเป็น นายก อบจ.ก่อน แล้วขยับขึ้นเป็น สส.  แล้วก็ใช้อำนาจมาปกป้องธุรกิจตัวเอง และใช้อำนาจนั้นเปิดทางให้กับธุรกิจตัวเองขยายออกไป เมืองไหนเมืองนั้น ดูขอนแก่นซิเต็มไปหมด นักธุรกิจเข้ามาครองเมืองหมดแล้ว หากทำดีก็ชมกัน แต่ไม่ดีก็ต้องวิภาคกันบ้าง  นี่คือระบบการปกครองบ้านเรา เงินกับอำนาจคู่กัน ต่างเกื้อหนุนกัน 

           ผมคิดว่าวันข้างหน้ากำลังจะมีการปรับตัวอย่างยิ่งใหญ่  หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติสังคมโลกด้วยซ้ำ

          ภาคสหภาพแรงงาน   หรือพรรคกรรมาชน  หรือชนชั้นกรรมาชีพจะต้องเกิดขึ้น

          และรอวันการแข็งแกร่งของภาคเกษตรชีวภาพ

          ..................................พูดไปเยอะชักเพ้อครับ

          ตอนนี้ที่มัญจากำลังต้านการมาเยือนของเทสโกโลตัส    แต่ผมคาดการณ์ไว้เลยว่าไม่มีแรงพอจะสู้กับอำนาจของเงินตราและการค้าเสรีถูกกฎหมาย

          ที่ใดก็ตามเรากำลังสู้กับมหาอำนาจ  ประวัติศาสตร์จารึกเพียงชัยชนะแบบกองโจรที่เวียดนามเท่านั้นที่สะเทือนมหาอำนาจโลกได้

           ดังนั้นหากเราสู้อย่างไม่มีระบบ ก็ไม่มีทาง

           กรณีโลตัสที่กำลังผุดขึ้นนี้ เราถูกกฎหมาย เราต้องสู้ด้วยกฎหมายเช่นกัน  ไม่รู้กฎหมายค้าปลีกของเราไปถึงไหน 

กรณีระบบซุปเปอร์สโตร์นั้นเป็นระบบ Multi-national company ที่นักวิชาการทำนายไว้นานแล้ว ประเทศโลกที่หนึ่งใช้ระเบียบสังคมโลกเข้ามาบีบเราให้ยอมรับระบบการค้าเสรี  มันบ้....จริงๆ  น้องคิดดู เอาเด็กชนบทไปแข่งการสอบภาษาอังกฤษกับเด็กในเมืองน่ะ เด็กชนบทจะไปสู้ได้อย่างไร  การเมืองโลกก็ดูเหมือนประเทศกำลังพัฒนาพยายามสู้เรื่องนี้แต่สู้ไม่ไหว  หรือนักวิชาการเอาเกณฑ์การพัฒนาองค์กรแบบในเมืองไปวัดการพัฒนาองค์กรในหมู่บ้านชนบท องค์กรในชนบทก็ไม่ผ่านเกณฑ์ซักที...นักวิชาการก็เอาหลักการ เอาทฤษฎีเข้ามาบีบ ระดับการพัฒนามันต่างกัน ระดับการมีความรู้เท่าทันมันต่างกันจะเอาเกณฑ์เดียวกันมาจับนั้นมันก็เสียเปรีบหมดซิครับ   

 

          อีกด้านชุมชนท้องถิ่นต้องสู้ด้วยเรื่องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่นเช่นการจัดพื้นที่ค้าขายในแบบชุมชนดั้งเดิม   การใช้กลไกราคาหรือการบริการ เข้ามาสู้กับค้าปลีกรายใหญ่ เป็นต้น

            บ่นมาหลายเรื่อง  น่าจะเกี่ยวกับ  711 บ้างนะครับ  ขอบคุณมากครับ

 

พี่คิดว่าแนวทางของในหลวงท่านนั้นสมบูรณ์แบบมาก  ความจริงเราทำงานพัฒนาชนบทในหลักการนี้มานานแล้ว สมัยก่อนเราเรียกกันว่า "การพัฒนาเพื่อยืนบนขาตัวเองให้ได้"  "การพัฒนาเพื่อการพึ่งตนเอง" "การพัฒนาสมบูรณ์แบบ" หลักการก็ใกล้เคียงกัน แต่พระองค์ท่านพัฒนามาให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น รอบด้านมากขึ้น เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น

เราจะอยู่ได้ต้องรู้เท่าทัน โดยไม่จำเป็นต้องไปต่อต้านด้วยซ้ำไปหากเราเข้าใจและช่วยกันแสดงพลังสังคมทางอุดมการณ์เพื่อท้องถิ่น เพื่อคนไทย  ไม่ไปติดความสะดวกสบาย ความทันสมัย ฯลฯ เราสู้ได้ แต่ยาก  ใครจะไปผลิตยา"รู้เท่าทัน" เอาให้คนกินเข้าไปแล้วต่อมรู้เท่าทันก็หลั่งสารอุดมการณ์ออกมา  มันไม่มี ก็ทำกันไปตามบทบาทที่เราจะทำได้ และหากจะให้เจ๋งต้องมีการรวมตัวกันสร้างคนขึ้นมาเพื่อความเข้าใจและสำนึก  ยากก็ควรทำ..

ขอบคุณครับน้องสุมิตรชัย ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกันแบบนี้ ได้มุมมองหลากหลายมากขึ้นดีครับ 

</div>