สวัสดีค่ะ

อ่านด้วยความสนใจมากค่ะ และได้ความรู้ความเข้าใจกลับไปมากด้วย

ประเด็นคงอยู่ที่  MASLOW บอกว่า  เมื่อมนุษย์ได้รับความพอใจจากแต่ละขั้นแล้วก็ยังไม่หยุด ยังมีความต้องการในระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

และคุณConductor กำลังบอกว่า  ปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากมีความต้องการอย่างไม่เป็นไปตามขั้นตอนเสมอไป

โดยมีความต้องการหลายขั้นตอนในเวลาเดียวกัน และการสนองตอบ  กลับยากเย็นกว่าสถานการณ์ที่เป็นไปตาม MASLOWด้วยซ้ำ

อย่างเรื่องแฟชั่นที่คุณเบิร์ดกล่าวถึง

 พี่ก็อยู่ในจำพวกนี้เช่นกันค่ะ แต่ เป็นพวกทางสายกลาง ไม่ต้องแฟชั่นจนเกินเหตุ คือ ชอบได้รับการยอมรับ และรู้สึกว่า เป็นพวกเดียวหมู่เดียวกัน ถ้าใส่อะไรคล้ายๆกัน

จะว่าถูกครอบงำโดยพวกนักออกแบบก็ได้ แต่ทุกคนก็ยินดีให้ถูกครอบงำไม่มากก็น้อย จะมีคนที่เป็นตัวของตัวเองแท้จริงตลอดเวลา ไม่มากนัก ในเรื่องแฟชั่นนี้

ส่วนระดับสูงสุด จะเป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ  ซึ่งจะมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยน้อยมาก

 ไม่ใช่เรื่องสุขภาพกาย ที่ส่วนหนึ่ง ต้องใช้เงินมาดูแล ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ

แต่กระนั้น คนเรา เมื่อสุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็มักจะพลอยดีไปด้วยค่ะ

ความเห็นส่วนตัวจริงๆ.... เลยอยากสรุปให้ตัวเองฟังว่า

คนที่มีเงินพอประมาณ สามารถที่จะเป็นคนที่มีความสุขได้มากกว่าคนที่มีเงินเหลือล้น  เพราะเงินนั้นซื้อความสุขได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

   ถ้าเราเป็นคนที่มีเงินพอประมาณ และใช้ชีวิตที่พอประมาณ ก็น่าเชื่อได้ว่า จะมีชีวิตที่มีความสุขไม่แพ้คนรวยมากๆๆโดยทั่วๆไปแน่นอน