สงสัยคุณโยมฟังเทศน์ของเจ้าประคุณสมเด็จทางโทรทัศน์อยู่ ?
อาตมาก็นั่งฟังไปด้วย ตอบผู้มาเยี่ยมไปด้วย (รู้สึกว่า วันนี้ผู้มาเยือนหลายท่าน ตอบไม่ทัน.... )
....
เห็นด้วยกับคุณโยม เสียง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเบื้องต้นสำหรับนักเทศก์ และศิลปินทุกประเภทที่จำเป็นต้องใช้เสียง...
เรื่อง ปมาณิกา คือ การถือเอาเป็นประมาณ หมายถึงการจะศรัทธาใครนั้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ๔ กลุ่ม กล่าวคือ
- รูปัปปมาณิกา ถือเอารูปร่างหน้าตาเป็นประมาณ
- โฆสัปปมาณิกา คือเอาน้ำเสียงเป็นประมาณ
- ลูขัปปมาณิกา ถือเอาความปอนๆ เป็นประมาณ
- ธัมมัปปมาณิกา ถือเอาความถูกต้องเหมาะสมเป็นประมาณ
ตามนัยนี้ จะเห็นได้ว่า คนดูบุคลิก รูปร่าง หรือหน้าตาก่อน ต่อไปก็ฟังเสียงว่าถูกใจไพเราะหรือไม่... ส่วนบางคนอาจชอบคนที่อยู่แบบง่ายๆ ธรรมดา ที่เรียกว่า ปอนๆ ... ขณะที่ธรรมะ คือความถูกต้องเหมาะสมอยู่หลังสุด เพราะรับรู้ได้ยาก เข้าถึงได้ยาก....
สาเหตุสำคัญที่อาตมาไม่ชอบเป็นนักเทศก์ เพราะน้ำเสียงไม่ไพเราะชวนฟัง สำหรับผู้มีเสียงดี ดัง และไพเราะชวนฟังนั้น อาตมาถือว่า มีเสียงเป็นทรัพย์
.........
ผู้ที่สนทนาในขณะพระกำลังเทสน์ ก็น่าเห็นใจ เพราะบางครั้งพระก็เทศน์ไม่ค่อยได้ประเด็น รู้สึกเซ็ง...
ขณะที่ผู้ฟังเทศน์นั้น บางครั้งพวกเขาก็ไม่ค่อยได้เจอ ไม่ค่อยได้คุย พระเทศน์เสร็จก็ต้องแยกย้ายไปกันอีก ดังนั้น บางกรณี การคุยธุระช่วงพระเทสน์จึงเป็นโอกาสดีที่สุด...
ส่วนบางคนไม่ค่อยได้พักผ่อนทางจิต พอพระเทศน์ก็เริ่มหลับตาแล้วพักผ่อน ก็ได้แต่บุญ เพราะไม่ได้ส่งใจไปตามธรรมเทศนา...
คุณโยมมองดูเป็นละครที่เราก็เป็นนักแสดงด้วยคนหนึ่งก็น่าจะสบายใจขึ้น....
เจริญพร