กราบเรียน ท่านอาจารย์ที่เคารพ

เท่าที่ผมทราบอาจารย์เป็นคนที่ผลักดันแล้วเสนอชื่อคนที่เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ จำนวน 800 ชื่อโดยประมาณใช่ไหมครับ แล้วอีกอย่างผมว่าการทำประชาพิจารณ์ควรที่จะยกเลิกเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะนิสิตมอไม่เคยได้รับข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอ นิสิตบางกลุ่มที่ออกมาคัดค้าน รวมตัวผมด้วยตั้งแต่แรกเริ่มผมก็หาเอกสารต่างๆเองจากอินเตอร์เน็ตและเว็บไซด์อื่นๆ เพราะการทำประชาพิจารณ์ไม่ใช่การเลือกตั้งที่จะดูผ่านๆตาแล้วก็สามารถที่จะกากบาทได้ทันที เมื่อคิดได้อีกทีก็คงสายไปแล้ว อีกประการหนึ่งที่มหาลัยไม่ควรหยุดนั่นคือการเผยแพร่และให้ความรู้ ผมหวังว่าคงอยู่ดีๆอีก 1 - 2 ปี ก็กลับมาดันอีกนะครับ ถ้ายังคงทำแบบไม่โปร่งใสเช่นเคย ผมอาจจะกลับมาในนามของศิษย์เก่าก็เป็นได้นะครับ ผมไม่ได้คัดค้านระบบดังกล่าว เพราะถึงอย่างไรในที่สุดมันต้องเป็นไปตามกระบวนการแต่ผมขอความชัดเจนและสิ่งที่เคยได้ให้คำมั่นไว้เมื่อ 15 มกราคม 2550

อีกอย่างผมก็เข้าใจและคงมองภาพไม่ยากกับการที่มหาวิทยาลัยเปลี่ยนระบบการจัดการต่างๆไม่ว่าจะเป็น 1.การเปิดหลักสูตรคู่ขนาน เพื่อดึงดูดผู้เรียน ค่าเทอมแพงกว่าปกติ จบมาได้ปริญญา 2 ใบ

2.การปรับเพิ่มค่าเทอมจากเก็บเป็นรายหน่วยกิตมาเป็นแบบเหมาจ่าย และที่สำคัญคือไม่สามารถแจกแจงรายละเอียดได้

3.การที่แต่ละหน่วยงานหากจะยืมของ/สถานที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมซึ่งแต่เดิมสามารถอนุโลมได้

4.การที่มหาวิทยาลัยให้แต่ละคณะดูแลและจัดการบริหารเองจนบางครั้งทำให้ความรู้สึกของนิสิตเองรักคณะมากกว่ามหาวิทยาลัย จึงไม่แปลกที่จะถามว่าเด็กภาคภูมิใจอะไรมากกว่ากันระหว่างสาขา/คณะที่เรียนกับชื่อมหาวิทยาลัย