ในอนาคต โลกคอมพิวเตอร์จะดีมากๆ การเข้าโรงเรียน มหา ฯ จะไม่จำเป็น
คนที่เป็น mastery ในศาสตร์นั้นๆ จะเป็นครู และ สอนทิ้งไว้ใน แท่งผลึก
***********************
ผมชอบที่ ครูสมพรสอนลิง ท่านกล่าวว่า
" ประเมินตนเองบ่อยๆ เกิดมาทำไม
เกิดมาสืบพันธ์ เพิ่มพลเมืองโลก แค่ไหนเองหรือ ...."
ทำ LO & KM แล้ว มี สติมากขึ้น เข้าใจชีวิต เข้้าใจพฤติกรรมตนเอง ฯลฯ จนนำไปสู่ การบวชอยู่กับงาน มีสติทุกวินาที นี่แหละ องค์กรเรียนรู้ ครอบครัวเรียนรู้ ชีวิตเรียนรู้ สังคมเรียนรู้
ภายนอก เราก็ทำงานไปตามสมมติ ตามหน้าที่
ภายในเราก็ ชำเลืองดูจิต ดูกาย ดูเวทนา ดูธรรม ในตัว ของเราเป็นระยะๆ
จิตสงบเกิดการเรียนรู้ เกิดสติ เกิดปัญญาครับ
************
สังคมอาจารย์ เป็นการเอาคน อัตตามากๆ มาเจอกัน ไม่มีระบบอบรม อาจารย์จึงเป็นผู้ด้อยโอกาสในการเรียนรู้ เรียนจบปริญญาเอกยิ่งแคบลงเรื่อยๆ อยู่ในกะลาของคนที่ไม่รู้
จบปริญญาตรี 2มือ กางอยู่ที่หน้าอก เงยหน้ายังพอเห็นโลกบ้าง
จบปริญญาโท 2มือกางอยู่ที่ใบหน้า พอจะมองลอดออกไปเห็นอะไรได้บ้าง
จบปริญญาเอก ได้ผศ รศ ศ หัวหน้าภาค คณบดี อธิการบดี ผอ ซีสูงๆ .....ตาบอด2ข้าง แถมที่หูมี ลูกยอ .....เป็นตุ้มหู อีกต่างหาก
************
ปราบอัตตา ครูอาจารย์ยากครับ
ขนาดพระสารีบุตร เป็นพระอรหันต์ทมี่ปัญญาสูงสุด จะกลับสอนอาจารย์เก่าตนเอง ยังทำไม่ได้เลย
พวกหลงตนเองนี้ ชาติต่อไป ไมไ่ด้เป็นคนแน่นอนครับ เป็นสัตว์เดรัจฉาน คณบดี อธิการบดี ผอ ครูใหญ่ ปลัดกระทรวง ฯลฯ ก็มีโอกาสหลง ไปเกิดเป็นสัตว์ได้ครับ
***************
อย่าคิดไปแก้นิสัยพวกเขาเลย แก้ที่ตัวเราเองครับ เอาสติของเรา ไปอยู่ร่วมกับพวกเขา เอาพฤติกรรมของพวกเขาเป็นโจทย์ฝึกอารมณ์ เป็นแบบฝึกหัดดูจิตของเราครับ
ดอกบัว จะงามได้ต้องมีโคลน สิ่งสกปรก
ดังนั้น โคลนแม้นจะสกปรก แต่ก็มีข้อดี คือ เป็นโจทย์ให้บัวได้ขึ้นสู่พ้นน้ำ
********
ต้องมีพวก มิจฉาทิฐิ หลงผิดบ้าง มิฉะนั้น ในชาติต่อๆไปจะไม่มี วัว ควาย สัตว์ ฯลฯ ไว้ใช้งานนะครับ