สวัสดีค่ะ

 ยากจังค่ะ  แต่หากเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากเลยนะคะ

คงเป็นไปได้ยากนะคะที่จะแยกความรู้ ออกจากความรู้สึกในตัวคน

ส่วนตัวแล้วคงต้องมองก่อนว่า ตัวคนที่ว่านั้นคือคนอื่นบุคคลอื่น  หรือตัวเราเอง

 หากเป็นตัวเองก็ต้องแยกอารมณ์ออกจากความรู้สึกให้มากที่สุด ความรู้หรือสิ่งที่ควรรู้ก็จะมองเห็นเร็วขึ้นชัดขึ้น มีสติมากขึ้น  ที่ควรระวังอย่างยิ่งคือความคาดหวังในผลลัพธ์ที่ดีและการติดดี

หากเป็นบุคคลอื่นก็ไม่ต่างกันคือแยกอารมณ์ออกจากความรู้สึก หรือวางอารมณ์ให้ห่างจากความรู้สึกให้มากที่สุดและความรู้หรือสิ่งที่ควรรู้จะปรากฏชัดเจนขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือ กับบุคคลอื่นเราจำเป็นต้อง ลด ละ เลิก การเปรียบเทียบ และ การตัดสินใดๆ

เพราะเราทุกคนล้วนต้องการความสุขเหมือนๆกันค่ะ การอยู่กับสุข(ความรู้สึกชอบใจ ดึงเข้า) และการอยู่กับทุกข์ (ความรู้สึกไม่ชอบใจ ดึงออก) เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องฝึกฝนเรียนรู้อย่างเข้าใจด้วยความเมตตาต่อตนเอง ที่จะอยู่ได้อยู่ดีอยู่เย็นและเป็นปกติสุขค่ะ

การฝึกที่ดีที่เหมาะสมคือฝึกหัดปล่อยวาง ฝึกหัดยอม ฝึกหัดให้  ฝึกหัดไม่ยึดอารมณ์ใดๆทั้งด้านบวกและลบ มองทุกคนด้วยความกรุณาว่าเราล้วนเป็นมนุษย์ร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งสิ้น 

ไม่ง่ายเลยค่ะ แต่ต้องฝึก ดิฉันเองก็ไม่เก่งค่ะยังฝึกอยู่ได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสา แต่อย่างน้อยก็ปล่อยอารมณ์ไปให้เร็วหน่อย อย่ายึดเขาไว้นานนัก ยิ่งเก็บอารมณ์ใดไว้นานจะพาลบูดพาลเสียเอาง่ายๆนะคะ ทั้งอารมณ์สุข อารมณ์ทุกข์ หากเก็บบ่มไว้นานจะกลายเป็นอารมณ์บูดกันได้ทุกทีซิน่า จริงๆนะคะ

เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันจะทำให้ระลึกรู้โดยง่าย ว่าทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง ล้วนเกิด ขึ้น ตั้งอยู่และดับไป

เป็นเพื่อนร่วมทางฝึกปล่อยวาง

และเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

นิธิมา