สวัสดีครับอาจารย์ รวมมิตร V9
ผมนึกว่าอาจารย์จะมาไขความกระจ่างให้กับผมซะอีกนะครับว่าผมสนับสนุนแนวคิดไหน
อาจารย์ถามว่าจำเป็นไหมที่จะต้องสนับสนุนแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง
ผมว่าตอบยากครับว่าจำเป็นขนาดนั้นไหม แต่โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ถ้าอาจารย์เป็นนักการเมือง มันจำเป็นครับ จำเป็นมากซะด้วย เพราะมันเป็นเรื่องของการเขียนนโยบายให้สอดคล้องกับแนวคิด เหมือน democrat กับ republican ในการเมืองอเมริกา หรือ conservative vs labour ในการเมืองอังกฤษ
แต่สำหรับการเป็นอาจารย์จำเป็นไหม
ส่วนตัวลึกๆผมคิดว่ามันก็จำเป็นนะครับ อย่างน้อยเราก็ต้องมีหลักหนึ่งหลักไว้ติดตัวนะครับ
ผมคงไม่บังอาจเป็นเด็กวัดที่ไปสอนหนังสือสังฆราช หรือคนที่ไปสอนจรเข้ให้ว่ายน้ำ ผมเชื่อว่าอาจารย์ทราบดีอยู่แล้วว่า ก่อนที่เศรษฐศาสตร์จะเกิดขึ้น เศรษฐศาสตร์คือส่วนหนึ่งของปรัชญา จนกระทั่ง Adam Smith นั้นเขียนเรื่อง The wealth of the nation ขึ้นมา
ตั้งแต่ Adam Smith ถึง Milton Friedman มีนักคิดเศรษฐศาสตร์เกิดขึ้นมาเยอะมาก โดยที่แต่ละคนนั้นก็มีแนวคิดของตัวเองต่างกันไป และแต่ละคนก็มีสาวกหรือแฟนเหนียวแน่นของตัวเองอยู่ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจใช่ไหมครับว่า ทำไมเราจะเห็นการโต้เถียงหรือวิพากษ์ นโยบายเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างที่เรียกว่า ฉีกออกมาเป็นชิ้นๆ กระชากออกมาเป็นข้อๆ แล้วก็วิจารณ์ออกมาให้เห็นภาพ และเห็นทุกมุมอย่างชัดๆ
ผมไม่ค่อยเห็นภาพนี้เท่าไรที่เมืองไทย ซึ่งเป็นภาพที่ผมอยากจะเห็นมากภาพหนึ่ง เนื่องจากผมไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ที่เมืองไทย ดังนั้นผมตอบไม่ได้ครับว่า เพราะอะไร แต่ในเมื่ออาจารย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์โดยตรง อาจารย์ก็น่าจะทราบว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ก็มี school of thought ในด้านเศรษฐศาสตร์ฝังอยู่กับนักศึกษาที่จบมาจากแต่ละที่เหมือนกัน เช่น คนที่จบมาจาก university of chicago กับ harvard ก็คิดไม่เหมือนกันเท่าไรครับ
ซึ่งจากส่วนนี้ ทำให้ผมไม่แน่ใจว่านักเรียนเศรษฐศาสตร์ในเมืองไทยนั้น ไม่ค่อยได้เรียนปรัชญาด้านเศรษฐศาสตร์มากหรือเปล่า (หรือเรียนแต่ค่อยตั้งใจ) ทำให้ภาพการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาต่างๆของประเทศนั้น ไม่ครอบคลุมไปทุกเรื่อง
ที่อาจารย์บอกว่าเศรษฐศาสตร์คือเรื่องเดียวกันหมด ไม่ว่าแนวคิดไหนนั้น
ใช่ครับ เพียงแต่ว่าอาจารย์จะเป็น the end justifies the means, หรือว่า the means justifies the end. สองส่วนนี้แตกต่างกันมากครับ
จากคำตอบของอาจารย์ ถ้าเป็นพวก the end justifies the means เพราะปรัชญาและแนวคิดอาจจะไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อาจารย์อยากให้เห็น เช่นสมมติว่าอาจารย์อยากทำให้ GDP ประเทศขึ้น อาจารย์ก็อาจจะเก็บภาษีเพิ่ม สร้างประชานิยม ก็ได้
แต่ถ้าเป็นพวก the means justifies the end ก็ต้องทำตามแนวคิดตัวเองแหละครับ
โดยส่วนตัว ผมคิดว่าความแตกต่างนั้นอยู่ที่ว่า ถ้าเป็นพวก the means justifies the end นั้นน่าจะ (ขอย้ำคำว่า น่าจะ นะครับ) ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่า เนื่องจากว่า การแก้ปัญหาของอาจารย์นั้น มาจากแนวคิดเดียว แล้วใช้กับทุกๆปัญหาที่เกิด ทำให้มีระบบมากกว่า
แต่ถ้าเป็นพวก the end justifies the means บางครั้ง มันอาจจะเหมือนกับ optimization ของปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกันหลายๆปัญหา ซึ่งน้อยครั้งมากนะครับที่เราจะได้ global optimal solution จากการแก้ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกัน หลายๆปัญหา เพื่อที่จะหวังว่าภาพรวมของปัญหา ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ "การกินดีอยู่ดี เท่าเทียมกัน เศรษฐกิจที่เจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน" ครับ
ขอบพระคุณครับ
ต้น