สวัสดีค่ะอ.จีระ อ.ยม อ.สมภพ อ.พจนารถ ทีมงาน Chira Academy และท่านผู้อ่านทุกท่าน

 

ดิฉันนางสาววิชชุวรรณ ชอบผล นักศึกษาภาควิชาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังค่ะ

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอ.พจนารถ ได้มาสอนพวกเราในเรื่องของ Workforce Alignment in an Organization ซึ่งเป็นคำที่ดิฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ แต่ที่ดิฉันเข้าใจในวันนั้นก็คือ Alignment Organization หมายความถึง องค์กรที่มีความเข้าใจระหว่างกัน หัวหน้าเข้าใจลูกน้อง และลูกน้องก็เข้าใจหัวหน้า ไม่มีช่องว่างระหว่างกันในองค์กร ทุกคนมีความจงรักภักดีต่อองค์กร และมีเป้าหมายเดียวกันและ อาจารย์พจนารถก็ได้ให้การบ้านก็คือ อาจารย์ถามว่าถ้าไม่มี Organization Alignment องค์กรจะเสียหายอย่างไร ดิฉันขอตอบตามความเข้าใจโดยเปรียบเทียบเป็นองค์กรแห่งหนึ่งนะคะ มันอาจดูเป็นเรื่องเกินความจริงของเด็กๆไปซักหน่อย แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ

 

องค์กรนี้ทำงานเกี่ยวกับการจัดส่งอาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีงานใหม่เข้ามาคือภายใน 6 เดือนข้างหน้า เราต้องจัดส่งอาหารไปบนดาวอังคาร ถ้าไม่ไปเราก็จะเสียลูกค้ารายนี้ที่เป็นรายที่ใหญ่ที่สุดไป และถ้าทำสำเร็จกลับมาเราจะได้ Bonus ก้อนโต ได้ตั๋วเครื่องบินไป-กลับดาวอังคารฟรีทั้งครอบครัว ตลอดชีพ ก่อนอื่นเลยเรามาเริ่มจาก

 

    1. เราต้องถามตัวเองแล้วว่าเป้าหมายของเราคืออะไร เราต้องนำอาหารไปส่งที่ดาวอังคาร ถ้าเราไม่เป้าหมาย คนในองค์กรก็จะทำงานไปเรื่อยๆ ซ้ำๆ ย่ำอยู่กับที่ ต่างคนต่างทำงาน ไม่มีการปรึกษากัน พูดคุยกัน องค์กรก็จะอยู่กับที่ ไม่มีความทันสมัย ก็เหมือนตอนที่เราอยู่บนโลก ก็ไม่มีโอกาสไปดาวอังคารกับเค้าซักทีค่ะ

       

    2.  

    3. เรามีทักษะ ( Skill ) พอที่จะทำให้เป้าหมายของเราสำเร็จหรือไม่ ก็คือเรามี ความสามารถพอที่จะขับหรือนำคนขับยานอวกาศที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไปถึงดาวอังคารหรือไม่ ถ้าเราพร้อมแล้ว เราก็สามารถไปได้เลย แต่ถ้าเราไม่มีความพร้อม เราก็ต้องเรียนรู้หรือได้รับการสอนจากหัวหน้าที่เคยไปมาแล้ว ถ้าเราไม่คิดที่จะเรียนรู้ แต่งานนี้เป็นความรับผิดชอบของเรา เราก็จะเครียด ทำไม่สำเร็จซักที ก็จะไม่มีกำลังใจทำงานต่อ พลอยให้คนอื่นรู้สึกว่างานนี้มันยากจนไม่มีใครคิดอยากจะท้าทายมัน งานขององค์กรก็จะล่ม

       

    4.  

    5. เรามีความรับผิดชอบต่อเป้าหมายของเรามากแค่ไหน เรามีความตั้งใจที่จะขับยานให้เป็นแล้วไปสู่ดาวอังคารโดยสวัสดิภาพ หรือขี้เกียจจนต้องปัดความรับผิดชอบให้คนอื่น ในเมื่อมันเป็นงานของเรา หัวหน้าก็จะไม่เชื่อถือ เมื่อมีงานอื่นเข้ามาหัวหน้าก็ไว้วางใจมอบหมายงานให้คนอื่น และถ้าทุกคนในองค์กรปัดความรับผิดชอบกันหมด ทุกอย่างก็จะที่หัวหน้าคนเดียว อย่างที่อ.พจนารถว่าไว้ หัวหน้าก็จะไม่มีวันหยุดงานได้เลย

       

    6.  

    7. ทำแล้วเราได้รับผลตอบแทนอะไร เราจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่ มี Bonus ก้อนโต และครอบครัวได้เที่ยวดาวอังคารฟรีตลอดชีพ แต่ถ้าหัวหน้าให้เราทำงานยากขนาดนี้โดยไม่มีผลตอบแทนอะไรเลย มันก็เหมือนกับว่าเราไม่มีแรงจูงใจที่จะทำงานชิ้นนี้ให้สำเร็จ แต่ถ้าเราใช้ผลตอบแทนนี้เป็นแรงขับเคลื่อนตัวเองไปสู่ความก้าวหน้า คนที่จะประสบความสำเร็จก็คือเราเอง

       

    8.  

    9. ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป้าหมายนี้เป็นของทุกคนที่จะต้องทำมันให้สำเร็จ และเมื่อประสบความสำเร็จ ความสำเร็จนี้ก็เป็นของทุกคน ไม่ใช่แค่ของเราคนเดียว เพื่อสร้างความรัก จงรักภักดีต่อองค์กร ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความเป็น team work ที่ดีค่ะ

       

 

ดิฉันคิดว่าทุกอย่างนั้นเริ่มที่ตัวเราก่อน เมื่อเราจัดการตัวเองได้แล้วต่อไปทุกคนก็ช่วยกันจัดการองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน องค์กรที่ไม่มี Organization Alignment ก็เหมือนเรือลอยเคว้งกลางทะเล ไม่มีเข็มทิศ ไม่มีแผนที่ มองไปไกลสุดลูกหูลูกตาก็ไม่เห็นฝั่ง ไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหน ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ดิฉันคิดว่าองค์กรแบบนี้คงไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดีเท่ากับองค์กรที่มีความสัมพันธ์กัน มีทิศของการเดินทางเดียวกัน และมีความร่วมมือกันค่ะ

 

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านที่เสียสละเวลาอันมีค่ามาสอนพวกเราค่ะ