ฟ้าร้องครืนครางมาจากเวิ้งฟ้าไกล
ที่กำลังมืดหม่นมัวสลัวด้วยแรงพายุ
และลมบน
ที่กำลังค่อยๆพรายพรม*น้ำตาฝน*มาพลายพลิ้ว
และ
คงหยาดไปทั้งทิพย์ทิวทุ่ง...แล้วณ..บัดนี้
ดวง..ไม่สบาย..เลยนอนนิ่งนิ่งดูสายฝนพรำ
ที่กำลังพร่างสู่แมกไม้
ให้หยดคล้ายน้ำค้างแก้วแวววะวับ


จาก..
ริมหน้าต่างเหนือเตียงโบราณ
ที่มีเพียงม่านใบไม้ลายดอกแก้วขวางกั้น
ให้พบฝันงาม
ในทุกยามแห่งลีลาวสันต์
ให้พบฝันแสนสุขซึ้งตรึงใจเสียไม่มี



ดวง..
มีความสุขกับสายฝนที่ราวกับจะมาพลีปนต่อสายฝัน
สายสวรรค์ให้ผุดพร่างขึ้นณ..กลางใจ
ในสวรรค์ไพร กับเสียงฝนพรำ
ที่มาย้อนย้ำให้รำลึก
นึกไปถึง วิมานไพลในยามที่เคยใช้ชีวิต
ที่บ้านบนเนินเขาในต่างบ้านต่างเมืองมานานปี


เมืองที่...
ซ่อนตัวในแมกไม้ระย้าระย้อยห้อยใบดก
ไปทั่วและมีอากาศชวนให้แสนโรแมนติก
ด้วยสาายฝนพรำเกือบตลอดทั้งปี
และ...
ที่แสนดีนักตรงที่ดวง
ได้เดินฝ่าเส้นทางสายฝนสายฝัน
เส้นทางสายเล็กๆละหลั่นลัดลดเลี้ยว
ผ่านละเมาะไม้มากมาย
กรายกิ่งไหวระบัดใบ
เพื่อเดินกลับบ้าน จากตลาดที่อยู่ไม่ไกล..


อันแสนอวลหอมไปด้วยกลิ่นขนมปัง
กับอวลหวานไปด้วยพันธุ์ไม้ดอก
และผลไม้สดฉ่ำจากเมืองไกล
เช่นพรุน พลัม แอปเปิ๊ล ท้อ..สาลี่
ที่ดวง.นี้.จะชอบซื้อ
และยังมีเกาลัดลูกโตๆที่คั่วใหม่ๆร้อนๆ
ให้หอมตรลบน่ารับประทานเป็นยิ่งนัก


ดวง..ชอบเออออใช้ภาษาจีนแบบงูๆปลาๆ
ทายทักแม่ค้าดอกไม้เจ้าประจำ
แล้วก็ยิ้มขำตัวเอง ที่เค้าพยายามฟังจนเข้าใจ


ดวง..
แสนสุขเสมอใจเมื่อย้อนนึกรำลึกไปถึง
*ภาพเพื่อนคนญี่ปุ่น*ที่ชื่อเคียวโกะ
ที่ชอบเล่นแมนโดลินให้ดวงฟัง
แล้วก็พากัน...
ร้องเพลงสุกี้ยากี้ที่คือเพลงญี่ปุ่นเพลงเดียว
ที่ไพลพอจะดำน้ำได้
แล้วพากันประสานเสียงดัง
พร้อมเสียงหัวเราะอันแสนเบิกบาน
ราวโลกนี้ตระการด้วยดวงดอกไม้ไร้พรมแดน
มีเพียงแน่นแฟ้นแห่งคำคำว่ามิ่งมิตรสนิทใจ


.
และ...
ทุกคราที่หัวใจได้ยินบทเพลงอมตะนี้
ก็จะกลับมากรายใกล้
มาก้องกังวาน...ให้น้ำตาเอ่อซึม..ยามย้อนรำลึกนึกถึง
เพื่อนคนดีทุกคราครั้งไป..
เพื่อน..
ที่มีมารยาทงาม..รักสงบเงียบใช้ชีวีเรียบง่าย
รักดนตรี สมถะและรักธรรมชาติพอกันกับดวง
และ..
ชอบชวนให้ดวง..
ไปแสดงฝืมือทำกับข้าวไทยให้รับประทาน..
*เขาบอกอาหารไทยอร่อยที่สุดในโลก*


บางครั้ง..
เราจะชวนกันไปลอยคอในสระว่ายน้ำส่วนตัว
แล้วล
นอนลอยคอหัวเราะ
เมื่อเราพูดภาษาอังกฤษแบบ..
*เข้าใจกันดีระหว่างคนสองคน*


ดวง..ย้อนนึกถึงสังคม
ที่ดวงเคยใช้ชีวิตในอีกวิถีหนึ่ง
แล้ว..
ก็เพิ่งมาซึ้งใจว่า
ดวงนี่หนา ได้ผ่านมาทุกลีลาชีวิตแบบไม่เสียชาติเกิด
เพราะดวงผู้หญิงที่เกิดมากับกับแสงตะเกียงรำไร
กับเสียงฝนหล่นบนหลังคา
กับชีวาชีวิตที่ได้ชิดใกล้เคียงดิน
กับรอยถวิลแห่งทุกเงางามอดีตที่คือสัจจะจริง
ไร้มายาสิ้นวัตถุใด..ที่ดูรกรุงรังใจรุงรังตา


และรายรอบชีวีดวงนั้น
ยามวัยเยาว์..ยังมีกระท่อมไพรกระท่อมหลังคาจาก
ให้คนจนบางคนได้พักอาศัย
หากทำไมดูเขาแสนมีความสุขใจเสียจังในความไม่มี
ที่ได้นอนนิ่งฟังเสียงแห่งทุกสรรพสิ่ง..


ที่คือเสียง
แห่งงามจริงงามจิต..
มาพลีสอนให้รู้จักรสชาติชีวิตธรรมดาๆ
ให้รู้ค่า ความพอดีพอเพียง
ให้แสนมีชีวีสมถะสนิทสถิตเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

และ...
ในทุกลีลาวสันต์
ดวง...ยังจดจำได้
ดวงเล่นน้ำฝนจนคางสั่น
จนไข้ขึ้น เพราะดวงเด็กช่างฝัน
จะทนฝันทนฝนได้อย่างไรกันเล่า..ที่จะไม่โผเข้าใส่


และ....
มาวันนี้น่าแปลกดี
ที่จิตวิญญาณการชอบเดินท่ามสายฝนพรำ
ยังตามย้ำมาคอยเตือนในทุกครา
ให้อยากพาตัวโผผวาออกไปยามฝนพรำ
ที่..
กำลังสาดสายพรายพรม ให้ห่มหอมในห้วงใจ


และ..
เมื่อวานยามค่ำก็ได้สมหวังสมดั่งใจ
เมื่อเพื่อนคนที่ขับรถมารับดวงไปเต้นทุกวันพร้อมกัน
เกิดสตาร์ทรถไม่ติด
เพราะรีโมทค้าง
ทำให้ดวงต้องเสียสละเดินอ้างว้างตากฝนพร่างออกไป
เพื่อไปตามช่างมาให้เพื่อน..


กว่าจะ..
เดินฝ่าสายฝนลมแรงราวแสร้งให้ดวงสาสมใจ
กับความละไมละมุน ให้สายฝนมิการุณย์
หากฝากหนาวด้วยน้ำฝนหยาดพราวให้เย็นเยียบไปทั้งตัว
และ
นี่คือที่มาแห่งความไม่สบายราวจับไข้เล็กๆ
แต่..ไม่เป็นไรนะ ยังไกลหัวใจ..


เพราะ
เคยไหม..
ที่ยามเราไม่สบายแล้วได้นอนตัวรุมรุม
เราจะรู้สึกดีกับชีวีที่ได้ชิดใกล้สัจจธรรมอันแสนล้ำค่า
คือความเจ็บ คือความ ระบม
ที่ต้องนอนซุกตัวในที่นอนระทม
และได้....
สัมผัสชิดใกล้ ความรู้สึกดายเดียวเปลี่ยวร้างแสนอ้างว้างใจลำพัง


เป็นความรู้สึกดื่มด่ำ
ยิ่งกับยามนี้ที่มีน้ำตาฝนน้ำตาฟ้าพากันพลีสิ้น
ให้ผู้คนทั่วทั้งแผ่นดิน ที่มีทั้งรักชัง
ได้พบหวังหวานฤารานเศร้า..คลุกเคล้ากันไป
สุดแต่ใจใครจะไขว่คว้า..


และรู้ว่า...แท้ที่จริง
ทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า..
ไม่ว่าฤดูกาลหรือฤดีระกำ
ก็จักผันผ่านแปรไป ..ไม่ ..มิยั่งมิยืน มิฝืนยึดมั่นถือมั่น
ฝันรักได้นานกันสักเท่าไรเลย...
...........................




http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song129.html
หยาดน้ำจากตา นางฟ้าที่ตรมอารมณ์
หลั่งความขื่นขมที่ถมอยู่ใน ใจตน
หยาดย้อยจากปรางสวรรค์เบื้องบน
สู่กลางแก้มดินในฐานถิ่นคน
นั้นคือหยาดฝน ฉ่ำใจ
สาดสายพร่างพรายพรมผืนไร่นา แนวเนิน
ป่าดอนโขดเขินคลองขลุงทุ่งหนอง นองไป
หล่อเลี้ยงพืชพันธ์ มีผลดอกใบ
โลกเคยหลับไหล พลันฝืนตื่นใจ
สวยงามสดใส จริงเอย
ทอแสงทองอาทิตย์ทาบทา
พลันน้ำตานางฟ้าระเหย
เป็นละอองไอน้ำอย่างเคย
ถูกลมรำเพย พัดเลยลอยวน
หยาดน้ำจากตา นางฟ้าที่ตรมอารมณ์
ฝากมากับลมเป็นฝนพร่างพรม ใจคน
แต่น้ำจากตาตอนช้ำกมล
ที่เราหลั่งลอย ระเหยกี่หน
ถึงกลายเป็นฝน ฉ่ำใจ

ทอแสงทองอาทิตย์ทาบทา
พลันน้ำตานางฟ้าระเหย
เป็นละอองไอน้ำอย่างเคย
ถูกลมรำเพย พัดเลยลอยวน
หยาดน้ำจากตา นางฟ้าที่ตรมอารมณ์
ฝากมากับลมเป็นฝนพร่างพรม ใจคน
แต่น้ำจากตาตอนช้ำกมล
ที่เราหลั่งลอย ระเหยกี่หน
ถึงกลายเป็นฝน ฉ่ำใจ...