ไม่มีรูป oi

 

ใช่ครับ บางคนก็แยกไม่ออกเสียเลยว่าอะไรคือตัวศาสนาหรือพิธีกรรมอันเป็นเปลือกหุ้ม

 

ตย.เราไปไหว้หลวงพ่อโสธรเพื่ออะไร 

-ขอบนบานโชคลาภจากหลวงพ่อ

-หรือเพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ค้นพบสัจภาวะและนำมาเปิดเผย

 

ต้องแยกให้ออกครับ ว่าอะไรแก่น หรืออะไรเปลือก

อันที่จริงแล้วทุกศาสนามีคนอยู่ ๓ ระดับ ลดหลั่นตามจำนวนไปอย่างรูปปิรามิด

    
        |  พุทธิปัญญา

      /๑\    <- คนที่สนใจและเข้าถึงพุทธิปัญญา

    /  ๒ \  <- คนที่สนใจศีลธรรมจริยธรรมทางศาสนา

  /    ๓   \ <- คนที่ติดอยู่กับเปลือกกระพี้ของศาสนา 

 

อย่างว่าแหละครับ คนที่ติดกับเปลือกกับพิธีกรรมย่อมมีมากกว่าและเยอะเสียด้วย และที่สำคัญ บางคนกลับหลงผิดคิดเอาว่าเปลือกกระพี้เป็นแก่นของศาสนา ซึ่งอันตรายมาก

อันที่จริงคำสอนของพระพุทธเจ้า สุดท้ายแล้วก็เพื่อ ความไม่ยึดมั่นถือมั่น "สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย"

แต่ทำไมพระพุทธองค์ถึงสอนเรื่องการระลึกถึงพระรัตนตรัย (ซึ่งเป็นการยึดติดถือมั่น) หรือเรื่องการที่ผู้หญิงทำตัวยังไงจะให้ผู้ชายหลงรัก หรือแม้กระืทั่งเรื่องการจะเข้าห้องน้ำต้องเคาะประตูเสียก่อน...

พระพุทธองค์ทรงรู้ว่าคนเราไม่เหมือนกัน และไม่มีวันจะเหมือนกัน 

 

คำสอนของพระองค์จึงมีหลายระดับ

ลาดไปตามลำดับลุ่มลึกไปตามลำดับ สำหรับคนที่แตกต่างกัน

พระองค์จึงไม่บังคับใครให้เชื่ออะไร

เพียงแค่ทรงนำความจริงของสรรพสิ่งมาวางไว้ให้ดู ถ้าใครสงสัยก็ค้านได้ เถียงได้ ไม่เชื่อได้
หรือใครจะเก็บเอาก้อนกรวดแทนที่จะเอาเพชรไป ก็ได้!
<p>นอกนั้นก็สุดแท้แต่ปัญญาของใครจะเห็นและนำไปปฏิบัติหรือไม่ </p><p>ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาแห่งเสรีภาพทางปัญญาอย่างแท้จริง</p><p> </p><p> </p><p>แต่ต้องเลาะเอาเปลือกออกก่อนนะ! </p>