หนทางสู่การผลิตบัณฑิตในฝัน
ท่านครับ มันสำคัญว่าใครฝัน ?
- นักการศึกษาฝันแบบหนึ่ง
- นักการเมืองฝันอีกแบบหนึ่ง
- พระคุณเจ้าฝันอีกแบบหนึ่ง
- ชาวบ้าน ตาสี ยายมี ก็ฝันอีกแบบหนึ่ง
แล้วเอาไงล่ะ จะเอาฝันใครเป็นตัวตั้ง
ล้านเปอร์เซนต์ คนเขียนก็เอาฝันของตนเอง อาจจะอ้างว่าเอามาจากการมีส่วนร่วมคนนั้น กลุ่มนี้ เอาไว้กัน..
นายศีลาบ้านพังแดง มุกดาหารก็ฝันว่า จะทำงานอย่างไรได้เงินทองมาให้ลูกเรียนหนังสือที่ มมส.และ มข.ได้ จะทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องไปขายแรงงาน อยู่บ้านแล้วทำงานมีรายได้ พอเพียงส่งลูกเรียนหนังสือ ได้ไหม
ลุงอ่าง บ้านพรานอ้นมุกดาหาร ก็ฝันว่า จะทำอย่างไรจึงจะทำการเกษตรได้ผลผลิตมากพอที่จะเอาไปขายได้ราคามาใช้หนี้สินกองทุนเงินล้านน่ะ ให้หมด ให้สิ้นเสียที แล้วหน่วยงานราชการที่มาส่งเสริมปลูกหญ้าเพื่อเอาเมล็ดพันธ์ไปขายต่อน่ะ เมื่อไหร่จะมาซื้อเอาไปตามราคาที่ตกลงกันโดยวาจาเมื่อปีที่แล้ว เล่า
บัณฑิตที่สถาบันสูงส่งนั้นน่ะสร้างคนมารับผิดชอบความต้องการเหล่านี้ได้ไหม
เห็นกี่คนกี่คนก็วิ่งเข้าเมืองไม่เห็นหาง ปล่อยให้ชนบท อีพ่ออีแม่เผชิญหน้ากับพ่อค้าที่เข้ามาหว่านล้อม ให้ซื้อนั่น ขายนี่ คำพูดของเขาอย่างกับว่าซื้อแล้วจะรวยวันพรุ่งนี้ ใช้แล้วผลผลิตจะล้นยุ้งล้นฉาง มีบัณฑิตเข้าไปช่วยวิเคราะห์ เจาะลึกให้เห็นแก่นแท้ของธุรกิจที่หากินกับชาวบ้านบ้างไหม
แม้แต่ตัวมันเองยังตกไปในหลุมพลางระบบธุรกิจที่บ้าคลั่งเงินตรา โดยอ้างว่าบ้านเราเป็นประชาธิปไตย ใครๆมีสิทธิที่จะทำมาค้าขายอะไรก็ได้ที่ไม่ผิดกฏหมาย
บันฑิตอันพึงประสงค์เป็นบัณฑิตที่ไม่รู้จักประเทศไทยจริง เวลาตั้งคำถามบัณฑิตว่า ลองเอากระดาษไปหนึ่งแผ่น แล้วลองวาดรูปชนบทให้ดูหน่อยซิว่า ชนบทในทัศนะของเขานั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง วาดรูปมาให้หมด
พบว่า ชนบทที่บัณฑิตวาดนั้น มีแต่บ้าน ถนน รถยนต์ เสาทีวี มือถือ ภูเขาสองลูก พระอาทิตย์ขึ้น นกสองตัว.......อาจจะมีควาย มีวัว....แต่ร้อยทั้งร้อย ไม่มีผู้เฒ่าผู้แก่ ไม่มีวัฒนธรรมประเพณี ไม่มีความคิดความเชื่อ วัด พระ และคุณธรรม
ดังนั้นบัณฑิตที่เราได้มาจากสถาบันก็เพียงเป็นเด็กที่ในหัวเขามีแต่ การบริโภคผลผลิตสินค้าของกลุ่มทุน ธุรกิจ บริโภคสินค้าสำเร็จรูปที่เสนอขายบนทีวี ใช้ภาษาที่คิดว่า เท่ห์ระเบิด มองไม่เห็นคุณค่าของการเดินไปทำบุญที่วัด แต่จะต้องก้าวขาออกไปร่วมงานวาเลนไทน์ หรือวันฮาโลวีน
คิดไม่เป็น : คนที่ทำงานกับผม จบมาจากสถาบันอุดมศึกษามีชื่อ ทำงานตามคำสั่ง คิดไม่เป็น บอกอย่างหนึ่งก็ทำอย่างหนึ่ง อีกหลายอย่างที่เป็นเรื่องต่อเนื่องกันนั้นคิดไม่เป็น คิดไม่ออก เอ้าคิดซะว่าเป็นน้องใหม่ต้องสอนงาน แต่ เอ เวลาผ่านไปเป็นปีแล้วนะ เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้เกือนทุกวันยังต้องค้นให้ทั่วไปหมดว่าจดไว้ตรงไหน
ตรงข้าม เด็กโรงเรียนบ้านแก่งนาง มาช่วยแม่ขายผัก ขายสักพักเดียวคิดเลขในใจคล่องปรื๊อ รู้จักทอนเงินเอง รู้จักต่อรอง รู้จักพูดบอกคุณสมบัติของผักของตัวเองให้ลูกค้าได้ .....นี่ไม่ใช่บัณฑิต แค่เด็กบ้านนอกเท่านั้น
หากสังคมนี้มีเพียงพ่อค้า นักธุรกิจ โลกดิจิตอล ก็ไปอย่างหนึ่ง
แต่ประเทศไทยมีชนบท มีชาวนาชาวไร่ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ เอาเขาไปไหน การเรียนการสอนพูดถึงอะไรของเขาบ้าง...
เอ้าผมบ่นซะยาวเลยครับ ขออภัยครับ เปล่าหรอก คิดถึงบัณฑิตในฝันน่ะครับ