ถ้ามองว่าใช้ความรู้เป็นฐานในการทำการใดๆ
KMก็อาจจะเป็นยาครอบจักรวาลได้
ถ้านิยาม"ความรู้" คือ"ทุกเรื่องมีเหตุผลของมันเสมอ"
"เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้ถึงมี"
เหตุผลนี้ผมยืมมาจากคำอธิบายของท่านอาจารย์ พุทธทาสที่มอง"ไสยศาสตร์"ก็เป็น"วิทยาศาสตร์" ด้วยในความหมาย"ทุกเรื่องมีเหตุผลของมันเสมอ"
ตัวอย่างที่อาจารย์บอกว่า ในสถานะการณ์ที่ขัดแย้งกันรุนแรง หรือเป็นเรื่องอำนาจ ใช้KM ได้น้อย
ผมกลับคิดว่า นั่นแหละต้องใช้KM เนื่องจาก
KMไม่ใช่สูตรสำเร็จ (คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจในแบบจำลองต่างๆ) แต่เป็นการใช้ความรู้ทำการเพื่อประโยชน์โดยรวมให้เหมาะกับกาละและเทศะโดยไม่มีอคติส่วนตนเข้าไปเกี่ยวข้อง
พระพุทธเจ้าใช้KMกับคนประเภทต่างๆ ในวงขัดแย้งที่ทรงรู้ว่าทำอะไรไม่ได้มากก็ใช้วิธีหลีกไปก่อนก็มี ท่านแนะหลักพรหมวิหาร4(เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)ในการจัดการ ควบคู่กับอินทรีย์5(ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา)
ซึ่งผมเห็นว่า เป็นหลักที่นำมาครอบKM ได้ดี
(ที่พูดกันส่วนใหญ่เป็นเทคนิคที่หยิบยืมมาจากการบริหารธุรกิจ)
แต่ผมก็ไม่ต่างจากอาจารย์ที่พูดตามตำราเท่านั้น ไม่สามารถใช้หลักทั้งสองนี้ ทั้งโดย "ความรู้"ในอินทรีย์5 และ "คุณธรรม" ในพรหมวิหาร4 หรอกครับ