เรื่อง/หัวข้อ : ทองในอเมริกา ยังมีเหลือให้ขุดอีกหรือ? ตอนที่ 2

 

ดำรงชีพในอเมริกา


เมื่อปี คศ ๑๙๖๘ พ่อแม่ของลุงได้ส่งลูกชายคนโต(มีพี่สาวหนึ่งกับน้องๆอีกสี่) มาศึกษาต่อที่อเมริกาหลังจากจบพานิชย์โดยมีความหวังว่าจะนำความรู้จากที่นี่กลับไปรับใช้บ้านเกิด พ่อแม่ก็รอลุงกลับไปจนเสียชีวิตหมดทั้งคู่แล้ว จากวันนั้นถึงวันนี้ ปี คศ ๒๐๐๖ ลุงก็ยังใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับป้ามีลูกสาวหนึ่งลูกชายหนึ่งและมีหลานปู่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแต่ก็ใกล้จะหมดภาระแล้ว (ขอกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเกิดให้คุ้มกันกับที่จากมา ) ลูกๆเติบโตเริ่มขยับปีกบินกันเป็นแล้ว เวลาที่ผ่านมาที่นี่การเลี้ยงดูลูกๆที่นี่เป็นสิ่งที่ยากมากเพราะเลี้องดูในประเทศนี้มันขึ้นอยู่กับว่าเราตั่งรกรากส่วนไหนของประเทศนี้ชุมชนที่นี่มีหลากหลายซึ่งบางครั้งมีคำถามจากปากของลูกๆว่า ทำไม คนไทยต้องทำอย่างนี้ ทำไมไม่ทำอย่างนี้ ซึ่งบางครั้งตัวพ่อแม่เองก็หาคำตอบไม่ได้ตัวเราเองก็จากบ้านเกิดเมืองนอนตั่งแต่วัยรุ่นซึ่งได้รับและซึมซาบขนบธรรมเนียมไทยได้แค่อายุ ๑๘ ปี ก็ต้องเดินทางมาศึกษาต่อที่อเมริกา แต่ก็ผ่านพ้นมาได้โดยไต่ถามจากเพื่อนฝูงญาติพี่น้องหรือเวลากลับไปเยี่ยมบ้านเกิดถามไถ่จากพ่อแม่ ( ก่อนที่ท่านทั้งสองจะจากไป )

           เหตุจูงใจที่หนึ่งที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพราะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นปีที่ ๓๘ ที่อเมริกา และใช้ชีวิตคู่สมรสกับป้าเขามาย่างเข้าปีที่ ๓๒ เขาเป็นเพื่อนนักเรียนมาก่อนกลับไปขอเขาแต่งงานหลังจากมาอยู่ที่นี่มาได้ซัก ห้าหกปี ( ถ้าเขาฟ้องร้องว่าหลอกลวงเขาตอนนั้นป่านนี้ก็คงพ้นโทษมานานแล้ว) แต่เขาไม่ได้ฟ้องก็เลยต้องรับผิดชอบ มาจนถึงวันนี้ ชีวิตคู่ที่นี่ มีปัจจัยหลายอย่างที่ควรนำมาใช้ เช่น ความอดทน รับฟังความคิดเห็น ให้ความไว้วางใจ เคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน ผิดถูกในสายตาหรือความคิดอ่านของตัวเองไม่ได้หมายความว่าถูกเสมอปล่อยวางซะ ( ไม่มีวันที่จะชนะ ) ให้เขาตัดสินใจ( ส่วนมาก ) เขาจะถูก แนะนำกันก็พอ( อย่าไปขัดคอ ) หากผิดพลาดก็นำมาช่วยกันแก้ใข( อย่าซ้ำเติม ) และเป็นบทเรียนต่อไป โดยเฉพาะคนที่เป็นภรรยาเขาจะมองไปข้างหน้าไกลกว่าสามีมาก อะไรที่เกี่ยวกับอนาคตของครอบครัวปล่อยให้เขาจัดการไปเถิด เชื่อลุงนะทูลหัว อีกอย่างหนึ่งที่ลุงยืมเขามาใช้ ปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะเราเป็นเจ้าของมันอย่างแท้จริง บุคคลที่สำคัญที่สุดคือ คนที่เรากำลังติดต่ออยู่ คนที่อยู่ตรงหน้าเรา เพราะในอนาคตเราจะมีโอกาสอย่างนี้อีกหรือไม่ ภารกิจของคนเราคือทำให้ทุกอย่างให้มีความหมายมากที่สุด แม้บางสิ่งบางอย่างที่ผ่านมาหรือกำลังจะเกิดขึ้นเราไม่สามารถที่กำกับมันได้ แต่เราอาจจะเปลี่ยนจังหวะให้มันเร็วหรือช้าลงได้หรือเราทำให้ดีที่สุดแล้วสื่งที่ไม่ดีที่มันอาจจะเกิดขึ้นอาจจะผ่อนหนักเป็นเบาได้ ทุกอย่างที่มันจะเกิดขึ้นนั้น มันขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเอง ถ้าเราสามารถกำกับตัวเองได้มันจะทำให้การเผชิญหน้ากับ ทุกข์และสุขได้อย่างเข็มแข็ง  เราก็จะเดินผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ได้อย่างสง่างามดีกว่าปล่อยให้ปัจจุบันที่เราเป็นเจ้าของมันผ่านไปเป็นอดีตที่ขมขื่น ซึ่งลุงได้ใช้ข้อเขียนนี้เป็นข้อดำเนินชีวิตของลุงกับทุกคนในปัจจุบันนี้ ธรรมดาของมนุษย์เราที่บางครั้งบางคราวออกนอกลู่นอกทางไปบ้างแต่หากเดินเลี้ยวกลับมามันก็ควรที่จะอภัยกันได้บ้าง

           เหตุจูงใจที่สองลุงใช้ชีวิตในการหาเลี้ยงชีพที่อเมริกาโดยรับราชการมาตลอด เริ่มจากปี คศ ๑๙๗๐ เข้ารับราชการทหารบก( ขณะนั้นกองทัพบกที่นี่เขาต้องการอาสาสมัครเข้าเป็นทหารมากเพื่อไปสงครามเวียตนาม) ความเป็นหนุ่มอยู่ในวัยรุ่นเลยและขี้เกียจเรียนหนังสือก็เลยตามเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัย ที่พ่อแม่ส่งมาเรียนต่อ และนึกว่าจะได้ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆทั่วโลก เลยเข้าไปอาสาสมัครเป็นทหารบก ได้เรียนรู้ขั้นตอนของการจัดระเบียบตัวเองและการร่วมอยู่กันคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนโดยไม่มีการแบ่งแยกฐานะหรือผิว เรียนรู้ถึงกฏระเบียบของขั้นตอนการปกครองจากลูกน้องถึงเจ้านาย การประฏิบัติตามคำสั่ง หรือ ออกคำสั่งให้คนอื่นเขาไปปฏิบัตินั้น สิ่งใหญ่ๆคือ การออกคำสั่งให้คนรับไปนั้นเราชี้แจงละเอียดให้คนรับคำสั่งจากเราว่าเข้าใจแจ่มแจ้งไหม หากมีอะไรที่เกิดการผิดพลาดขึ้นมาได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องหรือไม่ ระหว่างที่ประจำการอยู่เลยได้โอกาสกลับไปบ้านเกิดและตามหาขวัญใจ (คู่กรรม) ตี๊อเขาจนใจอ่อนยอมแต่งงานด้วยเมื่อ ปี คศ ๑๙๗๔ ติดตามมาอยู่ด้วยที่มลรัฐฮาวายก่อน ป้าเขาเลยเข้าศึกษาขั้นปริญญาโทต่อและช่วยกันทำมาหากินกันทั้งคู่ ได้เรียนรู้ของการใช้ชีวิตคู่ในต่างแดนไม่ใด้ง่ายเลยต่างคนต่างเติบโตมาคนละอย่างยังไม่พอ มีกันแค่สองคนในต่างแดนเวลาติดขัดหรือมีปัญหาก็หันหน้าไปหาใครไม่ได้ สมัยที่อยู่รัฐฮาวายนั้นคนไทยด้วยกันหาทำยายากมีนักศึกษาไทยแค่หยิบมือเดียวเขาเรียนจบแล้วก็กลับบ้านไปส่วนคนไทยอื่นๆที่ทำมาหากินอยู่ที่นี่ก็น้อยมากอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่เลยต้องเรียนรู้กันด้วยตนเองทั้งคู่   
ภรรยา  ก็คือผู้หญิงที่เขาก็มีพ่อแม่พี่น้องโดยเฉพาะเป็นลูกสาวในครอบครัวของเขา จะรักและถนอมเขามาตั่งแต่เกิดจนเป็นสาว ครอบครัวเขาคงตั้งความหวังไว้สูงพอควรว่าคนที่จะเป็นสามีลูกสาวเขาต้องดีพอๆกับพ่อของเขาหรือไม่ก็ต้องดี กว่า เงินทองหรือฐานะคงไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่เขานำมาเป็นส่วนประกอปใหญ่ๆสิ่งสำคัญที่ครอบครัวเขาต้องการจาก เขยลุงว่าคิดว่า อย่าทิ้งขว้างหรือทำร้ายร่างกายเขา เอาเป็นอันว่าเราผ่านด่านต่างๆได้เขามาแล้วคนที่เป็นสามีก็คือพระเอกในสายตาของเขาอ้อมอกของสามีคืออ้อมอกที่มาทดแทนพ่อเขา หลังจากแต่งงานมาอยู่กินตามประสาชีวิตคู่แล้ว ข้าวใหม่ปลามันทุกอย่างดูสดใสไปหมดวันเดือนปีผ่านไปและหลังจากมีลูกๆตามมาอีกโขยงไอ้คนที่เป็นสามีเริ่มคิดเข้าข้างตัวเองว่าทำไมทุกอย่างในชีวิตคู่ถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าไปได้จากอย่างไร นางเอกในชีวิตที่ตนเองได้ฝ่าพันทุกอย่างเพื่อได้เขามาครอบครองกลายเป็น ยายแก่ที่บ้าน ปลาร้าค้างปี ตุ่มเมืองสามโคก แม่มด สารพัดตั่งชื่อให้ภรรยา ไหนจะขี้บ่น จู้จี้จุกจิกหุ่นที่เคยหน้ากอดจูปทำไมถึงโอบกอดเข้าไปรอบเอวไม่ได้ ความจำไม่เคยเสื่อมเรื่องราวต่างๆที่สามีทำผิดไว้ตั่งแต่ปีมะโว้แม่คุณยังจำได้แม้แต่บางครั้งเรื่องราวนิดหน่อยที่เกิดขึ้นเราคิดว่ามันไม่มีสาระแต่ทำไมแม่คุณทำเป็นเรื่องระดับชาติไปได้ ยังไม่พอเวลานอนตื่นเช้าหากสามีตื่นก่อนมองไปที่คนนอนข้างๆสะดุ้งคุณยายที่ไหนมานอนอยู่ข้างๆแต่พอเข้าห้องน้ำส่องดูกระจกเลยรู้ว่านั่นเมียเราเองที่นอนอยู่ แถมตัวเองก็ดูเหมือนคุณตาเช่นกันนี่ และคนที่เป็นภรรยาเขาจะมีความรู้สึกละเอียดอ่อนมากกว่าเราในทุกเรื่องเขาจะมองไปกาลข้างหน้ามากกว่าเราประมาณสัก ๒๐ ถึง ๓๐ ปี เขาจะเริ่มวางอนาคตของครอบครัวโดยเฉพาะหลังจากมีลูกๆเขาจะเริ่มเก็บหอมรอมริบไว้แล้วสำหรับเผื่อวันฝนตกในข้างหน้านับจากวันที่ลุงแต่งงานกับป้าเขาจนถึงวันนี้ลุงได้มองคนที่เป็นภรรยาในอีกมุม(ความคิดของลุงคนเดียวนะ ) คือจากคนที่เป็นภรรยาพอเริ่มเป็นแม่คนทุกอย่างในชีวิตของเขาคือลูกๆ ( สามีตกอันดับไป )ไหนจะตั้งท้องประมาณ ๙ เดือน (ต่อคน )ระหว่างตั้งท้องก็ยังต้องปฎิบัติหน้าที่ของภรรยาไปด้วย พอคลอดเจ้าตัวเล็กออกมาแล้วก็มีภาระเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งหากเขาต้องกลับไปทำงานอีกด้วยก็ยิ่งหนักเข้าไปอีกไอ้ข้อกล่าวหาตอนต้นๆ ตัวสามีนั่นแหละที่ทำให้เขาเป็นเช่นนั้นไหนจะซื้ออาหารการกินมาฝากเอาใจเขาตอนท้องไหน เอาใจเขาสารพัด (ก็เลยเป็นตุ่มเมืองสามโคก ) สามีจะโกหกหลอกล่อสารพัดเวลาหนีเที่ยวหรือกลับบ้านไม่ตรงตามเวลาที่เขากำหนดไว้  งานบ้านก็ช่วยเพียงออกไปตัดหญ้าที่สนามหน้าบ้านนิดหน่อย ( ๓ เดือนครั้ง ) เวลาเขาดูดฝุ่นที่บ้านก็แค่ยกเท้าหลบให้เขาดูดฝุ่น ก็เรียกร้องสารพัดว่าฉันทำงานมาทั้งวันเหนื่อยนะแม่คุณ ข้าวของเครื่องใช้ทั้งสามีและลูกๆก็ไม่เคยนำกลับไปเก็บเป็นที่เป็นทางแม้แต่เสื้อผ้าโดยเฉพาะของเราเองเราก็จัดประเภทให้เขาเปื้อนนิดหน่อยเอาไว้ใส่ได้อีกครั้ง สกปรกนิดหน่อยรอซักได้ สกปรกพอสมควรยังไม่ต้องซักกองไว้ตรงนี้ก่อนเวลาเขานำไปซักนำกลับไปเก็บเป็นที่เป็นทางก็โวยวาย ( ของฉันวางไว้ตรงนี้หายไปไหน ) กินอาหารตรงไหนก็วางไว้ตรงนั้นไม่ยอมล้างชาม ( เสียศักด์ศรี ) แถมยังกล่าวหาว่าภรรยาเป็นคนขี้หึงเวลาคนที่เป็นสามีหายหัวไปมีซักกี่ครั้งที่เคยบอกกล่าวหรือบอกกันล่วงหน้าว่าจะทำอะไรจะไปใหน เวลามีปัญหาจากที่ทำงานหรือจากข้างนอกก็วิ่งเข้ามาฟ้องภรรยาหวังให้เขาแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อไว้เวลาเจอผู้หญิงคนอื่นแม้แต่อยู่ต่อหน้าเขาก็แอบมอง( แถมยังไปหลงรักผู้หญิงอื่นทันทีเห็น ) เวลาเจ็ปป่วยนิดหน่อยก็ทำเหมือนกับว่าอาการหนักมากต้องพยาบาลเราแถมเวลาไปไหนด้วยกันโดยเฉพาะซื้อข้าวของพอได้ของตัวเองแล้วก็จะรีบกลับลุงนั่งเขียนอีกสามวันก็ไม่จบแต่ก็ยังไม่สายเกินแก้นะความรักที่ภรรยาเขามอบให้เรานั้นลุงคิดว่ามันไม่เสื่อมคลายหรอกลองคิดดูว่ามีใครในโลกนี้จะให้อภัยเราตลอด ทำผิดกี่ครั้งเขาก็ยังอดทนอยู่( แต่ไม่เคยลืม) ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราจะตอบสนองให้เขาใจเย็นลงหรือรักเราตลอดไปเพียงแค่นิดเดียว( ไม่กี่ร้อยข้อ ) ที่เราจะทำให้เขาชื่นใจและยกย่องเขา ชีวิตคู่จะมีความร่มเย็นขึ้นก็แค่ เวลาไปใหนเจอคนรู้จักให้แนะนำเขากับคนอื่นโดยแค่คำพูดของตัวเองไม่กี่คำ เช่น นี่คุณ สมใจ หงสกุล ภรรยาของผม หากเป็นคนต่างชาติ This is my wife Mrs Hongskula ใช้ชื่อนามสกุลเราเป็นคำนำหน้า หากต้องการให้เขาลืมไอ้สิ่งที่ก่อไว้ (ชั่วคราว ) นานๆแบบไม่ปี่มีขลุ่ยบอกเขาว่ารักเขาหรือซี้อของขวัญให้ หอมเขาที่แก้มตอนก่อนและตื่นนอน ชมเขาว่าสวยอยู่เสมอ ( แถมไปด้วยว่าสวยกว่าภรรยาของทุกคนที่รู้จักและภูมิใจมากที่ได้เขามาเดินเคียงข้าง ) พาไปทานอาหารนอกบ้านสองต่อสอง ถือของให้เขา เปิดประตูรถให้เขา (แต่ไม่ต้องปิดตอนออกรถ ) เล่าเรื่องตลกให้เขาฟัง ขอบคุณเขาเวลาเขาทำอะไรให้ ( อย่าพร่ำเพื่อ) อย่าลืมวันเกิดเขา ซื้อดอกไม้ให้เขาในวันสำคัญ ขอโทษเขาเมื่อทำผิด แค่นั้นแหละไม่ใด้มากมายเลย แล้วภรรยาหลานๆจะหนีไปไหน คงไม่ยากเกินไปนะคุณสามีทั้งหลาย เอากันแค่หอมปากหอมคอก่อนสำหรับภรรยา จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว ๓๒ ปีกับชีวิตคู่ของลุงกับป้าเขา (ผ่านไปเหมือนเต่าคลาน ) สองคนช่วยกันทำมาหากินได้ประมาณ ๗ ปีหลังจากแต่งงานถึงพร้อมที่จะมีลูกคนโต ( ลูกสาว ) เพราะต้องช่วยกันทำมาหากินไม่พอป้าเขาก็เรียนหนังสือต่อด้วยและช่วยกันออมทรัพย์  และลุงได้ปลดประจำการจากทหารบกในปี ค ศ ๑๙๗๖ จึงได้มีโอกาสเข้าศึกษาขั้นอุดมศึกษาต่อโดยทหารบกเป็นคนออกค่าเล่าเรียนให้ พร้อมกับเข้ารับราชการต่อกับมลรัฐฮาวายได้เรียนรู้ถึงระบบการปกครองและกฎหมายของประเทศนี้ ( อ่านเพิ่มเติมได้ในระบบราชการ ) โยกย้ายมารับราชการต่อที่มลรัฐแคลิฟฟอเนีย ในปี ค ศ  ๑๙๘๓ ระหว่างนั้นก็มีลูกคนที่สอง ( ลูกชาย ) ขณะที่เขียนนี้อายุ ๕๖  ข้าราชการที่นี่ปลดระวางได้ถ้าอายุ ๕๕ และอายุราชการเกิน ๒๐ปีขึ้นไป  ปลดระวางตัวเองเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๐๐๖ ที่ผ่านมา รับบำเน็จ และบำนาญแล้ว (เลี้ยงหลานปู่ต่อ แต่ก็ยังถูกรัฐบาลระดับมลฑลเชิญไปให้สอนหนังสือให้กับหน่วยงานบางหน่วย)  แต่ป้าเขายังลุยต่อ อีกปีสองปี (ยังสาวอยู่)  ชีวิตของการรับราชการของลุงในประเทศอเมริกาและใช้ชีวิตส่วนใหญ่กับสังคมคนอเมริกันเริ่มตั่งแต่เป็นลูกน้องจนเป็นเจ้านายของคนอเมริกันได้เรียนรู้และมีประสพการณ์มากพอสมควร ( เพราะต้องติดต่อกับหน่วยงานอี่นๆและภาคธุระกิจ ) ระบบครอบครัวของอเมริกันชนเป็นระบบที่ดูเหมือนกับรักสันโดษและต่างคนต่างอยู่โดยเฉพาะเพื่อนบ้านดูเผินๆต่างคนต่างอยู่แต่ถ้ามีปัญหาจากภายนอกเช่นอาชยากรรมเขาหรือมีเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุขในเขตที่อยู่อาศัย เขาจะเข้ามาร่วมกิจกรรมด้วยทันทีหรือดูแลบ้านเรือนให้เราหากเราไม่อยู่บ้าน ดูเปลือกนอกเหมือนกับไม่มีความผูกพันกับคนภายนอกและครอบครัวหรือที่ทำงานแต่ก็ไม่เชิง เขาเติบโตมาแบบช่วยตนเองและแบ่งแยกต้องเติบโตโดยการแยกครอบครัวออกไปเพื่อสร้างครอบครัวใหม่สร้างเมืองใหม่วันสำคัญถึงค่อยมาพร้อมหน้าพร้อมตากันเพื่อนๆที่ทำงานหรือลูกน้องวันสำคัญถึงมีการพบปะสังสรรกัน  หากมีปัญหากันในที่ทำงานระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือกับหัวหน้างานก็นำมาถกเถียงกันแก้ปัญหากันไม่ได้ก็นำเสนอให้ระดับบริหารให้ ตัดสินจบเรื่องกัน แล้วก็จบเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และหัวหน้าจะรับฟังหรือหน่วยงานที่เหนือกว่าจะรับฟังความคิดเห็นที่ช่วยกันประหยัดงปประมาณหรือการป้องกันความปลอดภัยและอุบัติเหตุมีค่าตอบแทนกับความคิดเห็นให้กับข้าราชการที่เสนอมาหากได้รับความเห็นชอบ และข้าราชการที่อยู่ในระดับลูกน้องจะได้รับการคุ้มครองจาก union (สหภาพแรงงาน) ภาครัฐเองก็มี (กพ) ให้ความคุ้มครองกับข้าราชการชั้นผู้น้อยเขามีขั้นตอนที่ต้องปฎิบัติตามเมื่อมีปัญหาหรือการปกครองในสายงานเกิดขึ้น และระบบธุระกิจเป็นในรูปแบบของนายทุนและขยายกิจการออกไปคล้ายๆระบบครอบครัวและมีการแข่งขันกันสูงมากในธุระกิจระดับชาติโดยเฉพาะในด้านการบริการกับผู้บริโภค ( ธุระกิจต่างๆไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ของที่นี่จะมีการคืนกำไรให้ลูกค้าเสมอในรูปแบบของการบริจาค หรือตั้งมูลนิธิต่างๆ ) ส่วนทางภาครัฐเขามีรัฐธรรมนูญที่เป็นแม่บทของกฎหมายลูกๆของรัฐบาลท้องถิ่นทุกระดับ คนอเมริกันเขาหวงแหนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัดและมีระบบตรวจสอบและคานอำนาจกันเองทั้งในภาครัฐและจากทางภาคเอกชนมากมายและยังมีนักการเมืองที่เข้ามาตรวจสอบในการทำงานภาครัฐบาลตั่งแต่รัฐบาลกลางจนถึงรัฐบาลท้องถิ่น ( ลุงจะไม่กล่าวถึงในด้านนักการเมือง เพราะเป็นอีกระบบของการปกครองที่นี่ ) เขียนไปก็ยาวอีกเอาเพียงให้พอทราบอย่างคร่าวๆว่า นักการเมืองของประเทศนี้หลักใหญ่ๆเข้ามาเพื่อเป็นปากเสียงให้ประชาชนของเขาและออกกฏหมายเพื่อปกป้องและคุ้มครองประชาชนพร้อมกับ มอบนโยบายและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ และยังมีระบบศาลอีกมากมาย ทั้งผู้รักษากฏหมายก็เช่นกันแต่ละท้องถิ่นจะมีการเลือกตั้งหรือแต่งตั่งกันโดยประชาชนในถ้องถิ่นเป็นคนตัดสินใจกันเองและมีระบบการให้บริการกับประชนมากมาย และให้ความสำคัญกับชีวิตของประชาชนเท่ากันหมดจะให้ความช่วยเหลืออย่างรีบด่วนเมื่อชีวิตของประชาชนเขาอยู่ในขั้นอันตราย ไม่มีคำว่าข้าพเจ้าขอรับผิดหรือชอบทั้งหมดแต่ผู้เดียว  ทุกๆแผนงานมีขั้นตอน ตัวลุงเองเริ่มทำงานจากพลทหารจนมาจนถึงผู้ตรวจราชการ (ก่อนปลดระวาง) มีคำถามว่ามีการคอรัปชั่นในภาครัฐและนักการเมืองไหมหรือมีพรรคพวกไหม คำตอบ มีบ้างแต่แต่น้อยมากในเรื่องนี้  ส่วนระบบพรรคพวกก็มีเช่นกันแต่จะออกไปในรูปของการตอบแทนบุณคุณกันไม่ค่อยมีเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง  ( โดยเฉพาะตำแหน่งของผู้รักษากฏหมาย ) อย่าไปลองของกับเขาเชียวนะเขาไม่เล่นด้วย ตำแหน่งงานต่างๆรัฐจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการรวมถึงสวัสดิการเพียงพอกับการดำเนินชีวิตและสูงมากกับข้าราชการระดับบริหารขึ้นไป  ข้าราชการที่นี่ตำแหน่งสูงต่ำแค่ใหนก็อยู่ในกฏระเบียบเช่นเดียวกันไม่มีการก้าวก่ายหน้าที่กันผู้บังคับบัญชาก็มีหน้าที่รับผิดด้านเดียว หน้าที่รับชอบก็คือลูกน้อง จะเห็นได้ว่าการรับรางวัลหรือคำชมเชยจะอยู่ในระดับต่ำจากผู้บริหารลงมาเท่านั้น การให้บริการของประชนจากภาครัฐมีมากมายภาษีที่เราๆจ่ายไปรัฐได้นำออกไปคืนให้ประชาชนในทุกรูปแบบมีขั้นตอนการนำเงินออกไปใช้ (หาอ่านเพิ่มเติมได้ในข้อเขียนระบบราชการ ) แจกฟรี

บทความต่อไปนี้ลุงหวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาหนทางอยู่หรือหากลุงตกหล่นบางอย่างไปคนที่รู้ก็ช่วยบอกกล่าวประสพการณ์ของตนเองให้กับคนไทยด้วยกันเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยเถิด

           ๑. Bank vs Credit Union จะอยู่ที่ใหนก็ตามการใช้ชีวิตเพื่อจะให้ดีขึ้นโดยเฉพาะอเมริกาสิ่งแรกก็คือการสร้าง เครดิตและเก็บรักษาไว้ให้ดีตลอด วิธีการสร้างเครดิตครั้งแรก คือการออมทรัพย์หลังจากจ่ายเป็นค่าดำรงชีพแล้วเงินที่มีเหลืออยู่บ้างมากน้อยก็แล้วแต่ฐานะของแต่ละคน จะนำไปไหนละ ที่กิจการของธนาคารมีมากมาย ตั่งแต่ Bank, Credit union, saving and loan etc.ที่นี้มาถึงปัญหาการเลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินว่าที่ไหนดีกว่ากัน (มีเงินทองมากก็น่าปวดหัวนะ) การเลือกสถาบันเหล่านี้หลักใหญ่ๆคือระหว่างBank หรือ Credit Union สถาบันไหนดีกว่ากันเพราะทั้งสองแห่งนี้มีประกันจาก FDIC ย่อมาจาก  Federal Deposit Insurance Corporation มันหมายถึงทางหน่วยงานนี้จะค้ำประกันเงินในบัญชีของแต่ละบัญชีของลูกค้าของสถาบันการเงินต่างๆที่เป็นสมาชิกของหน่วยงานนี้โดย เขาจะจ่ายเงินคืนให้ลูกค้าของสถาบันเหล่านี้บัญชีละไม่เกิน $100,000.00 ต่อบัญชี(หากมีเงินทองมากๆก็เปิดหลายๆแห่ง ) หากทางสถาบันเหล่านี้ต้องล้มเลิกกิจการหรือปิดตัวเองลง (checking or saving) เท่านั้นการประกันนี้จะไม่รวมถึงการให้บริการอื่นๆที่สถาบันการเงินนำเสนอขายให้ เช่น investment stock mutual fund annuitiesหรือเกิดไฟ้ไหม้ ถูกปล้น ถูกโกง มาถึงการตัดสินใจว่าจะนำเงินของเราไปเปิดบัญชีที่ไหนดีลุงให้คำตอบสั้นๆก็แล้วกันเช่น Bank หลานๆจะเป็นลูกค้าของเขา Credit Union หลานๆจะเป็นสมาชิกของเขา( ต้องการความรู้เพิ่มเติมก็ติดต่อไปที่สภาหอการค้าไทยได้นะ) ลุงจะไม่เขียนรายละเอียดในนี้ จะเปิดแบบสะสม saving account, ซึ่งมีมากมายหลายประเภท ประเภทกระแสรายวัน checking accounting, หรือประเภทลงทุนเขาจะนำเงินเราไปลงทุนเป็นตัวแทนเรา investment account. มีคำถามว่าคู่แต่งงานใหม่ๆควรจะเปิดบัญชีธนาคารและ Credit card ร่วมกันหรือไม่ คำตอบ บัญชีประเภท Checking ควรจะเปิดร่วมกัน เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในด้านบริโภคหรือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ๆ เช่นค่าผ่อนบ้านค่าน้ำไฟอาหารการกิน ผ่อนค่ารถยนต์หรืออี่นๆที่ใช้ร่วมกัน ส่วนประเภท Saving ต่างคนต่างควรจะเปิดในชื่อของตัวเอง แต่ถ้าทั้งคู่มีงานทำและมีรายได้มากพอเพียงต่างคนควรจะมีบัญชีของตัวเองแยกออกไปอีกต่างหากทั้งสองบัญชีสำหรับผ่อนค่า Credit ต่างๆ เช่นเดียวกันกับถ้ามีกิจการธุระกิจในครอบครัวก็ควรจะมีบัญชีกระแสรายวันของธุระกิจร่วมกัน เอาไว้ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายใหญ่ๆ เช่นค่าผ่อนร้านค้า รถยนต์ และค่าใช้จ่ายประจำวันเช่นน้ำ ไฟ ข้าวของเข้าร้าน ค่าแรงงาน หรืออื่นๆที่เกี่ยวข้องกับธุระกิจ ส่วน Credit Card ลุงขอแนะนำให้ต่างคนต่างเปิด และฝ่ายภรรยาขอแนะนำว่าทุกบัญชีส่วนตัวที่ต้องการเปิดควรจะใช้ชื่อนามสกุลเก่าของตัวเองเปิดโดยเฉพาะประเภท (Credit Card)  ขอเพิ่มเติมอีกนิดคู่สามีภรรยาหรือเพื่อนฝูงที่มีธุระกิจร่วมกันสิ่งที่ดีที่สุดควรจะจดทะเบียนการค้าของเราในรูปบริษัทผลประโยชน์และการคุ้มครองจะมีมากกว่าในการจดทะเบียนการค้าในรูปนี้
หลังจากเปิดบัญชีกันเรียบร้อยแล้วก็ขอกู้เงินจากบัญชีของเราเองโดยใช้บัญชีของเราค้ำประกันดอกเบี้ยจากบัญชีนั้นเราก็ยังได้รับอยู่และค่าดอกเบี้ยจากเงินที่เรากู้ก็ไม่สูงมากนักขึ้นอยู่กับสถาบันเท่าที่ทราบประมาณ ๒ ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ของบัญชีที่เราเปิดอยู่ จะนำเงินก้อนนี้ไปจับจ่ายหรือนำไปวางมัดจำกับสิ่งๆอื่นที่เราต้องการแต่ควรจะคำนึงถึงว่าเงินก้อนนี้เรานำไปทำให้มันงอกเงยขึ้นมาหรือไม่ไช่นำไปถลุงหรือนำไปท่องเที่ยว การกู้เงินประเภทนี้เขาก็มีระยะการผ่อนคืนแล้วแต่เขากำหนดว่ากี่เดือน นี่คือการเริ่มต้นสร้างเครดิตอีกวิธีหนึ่ง ผ่อนจ่ายให้ตรงเวลาเสมออย่าผัดวันประกันพรุ่งได้รับใบทวงเมื่อไรจ่ายทันทีไม่ต้องรอจนกระชั้นชิด  หลังจากผ่อนจ่ายกับธนาคารนั้นๆแล้วรอประมาณ ๖ เดือนก็เริ่มขอสมัคร เครดิตจาก Department Store หรือจากบริษัท Gas Company ก่อน ( อย่าใจร้อน ) ก็เป็นอีกวิธีที่จะสร้างเครดิต ( แต่ลุงไม่ขอสนับสนุนกับ เครดิตจากที่เหล่านี้ ) ดอกเบี้ยแพงและทำให้เกิดความฟุ่มเฟือยรอให้ทาง ธนาคารส่งพวกเครดิตกาด์ประเภท visa หรือ master จะดีกว่าและก็ใช้กาดร์พวกนี้ซื้อหาข้าวของที่ต้องการ  มีคำถามว่า statement จากธนาคารควรจะเก็บไว้นานเท่าไร คำตอบ( อย่างน้อย ๗ปีครับ) หรือเริ่มหาซื้อของเล็กๆหรือในวงเงินเล็กๆก่อน เช่น เครื่องเรือน หรือเช่า เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เสื้อผ้า เครื่องใช้ในครัวเรือนหรือเครื่องประดับกายตามร้านค้าเล็กๆก่อน เขาจะให้ผ่อนง่ายกว่าร้านค้าใหญ่ๆ และเป็นการเครดิตอีกวิธีหนี่งด้วย

         ๒. Car  รถยนต์ (ใหม่ )  ส่วนมากแล้วตาม Dealer จะต้องการเงินวางในระหว่าง ๑๕ ถึง๓๐ เป็อร์เซนต์หากมีปัญญาก็ซื้อกันได้เพราะเป็นการสร้างเครดิตที่เร็วขึ้นและอย่าลืมว่าจ่ายให้ตรงเวลาหากจ่ายช้าเกินไปวันเดียวเครดิตจะเสียทันที หารถที่อยู่ในสถานะพอตัวใช้ไปก่อนเปลี่ยนแปลงทีหลังได้ ตรวจดูดอกเบี้ยให้เรียบร้อยก่อนที่มัดตัวเองสูงมากเกินไปต่อลองเรื่องราคากับดอกเบี้ยเสมออย่าใจร้อนเพราะอยากได้ รถรุ่นเดียวกันมีอุปกรณ์เหมือนกันหมดแต่ราคาแต่ละแห่งอาจจะไม่เท่ากัน การหาดูรถคือไปเลือกดู ก่อนที่เขาจะเปิดกิจการเล็กน้อย ( กลางวันนะพ่อคุณ ) เดินเลือกดูก่อนที่คนขายจะเข้ามาประกบ เปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ตรวจดูราคานำไปเปรียบเทียบกัน จดชื่อยี่ห้อ รุ่น ปี ติดต่อไปที่ Bank ของตัวเองก่อน ขอกู้เงินเพื่อซื้อรถจากธนาคารหรือเครดิตรยูเนี่ยนของเราเองก่อน แล้วแต่วิธีปรึกษากันเอากับสถาบันนั้นๆ หากมีเงินทองฝากอยู่ที่สถาบันนั้นๆมากกว่าราคารถยนต์ก็ขอกู้จากบัญชีนั้นใช้เป็นการค้ำเป็นประกันและดอกเบี้ยจะจะต่ำกว่า  Dealer มากถ้าให้เขาหากู้ให้ไม่พอตัวเราเองก็เป็นเจ้าของรถนั้นด้วย ( ทางสถาบันเขาจะไม่ยึดรถไว้เป็นค้ำประกัน ) ก่อนตัดสินใจซื้อต้องต่อรองราคาให้ถึงที่สุด อย่างน้อย ๑๐ ถึง ๑๕ เปอร์เซนต์จากป้ายราคา ระยะการผ่อน ๓ ถึง ๕ ปีกับการผ่อนจ่ายนั้นคิดดูนานมากนะกับความรับผิดชอบของแต่ละเดือน มีหลานๆเคยมีคำถามว่าเวลาซื้อรถทางคนขายพยายามขายประกัน extend warranty ควรจะซื้อใหม ( โรงงานส่วนใหญ่จะคุ้มครองรถใหม่ประมาณ ๓ ปี ) หลังจากนั้นตัวโครตัวมัน คำตอบว่า สมควรจะซื้อหากรถที่เราซื้อมีมูลค่าสูงๆหรือรถราคาแพงๆ เพราะคุ้มกับเวลาที่รถคันนั้นเวลามีปัญหาขึ้นมาค่า ชิ้นส่วนของรถแต่ละคันยังไม่รวมค่าแรงในการซ่อมก็แพงมาก ยอดเงินของค่าประกันก็เข้าไปรวมอยู่ใน ค่าผ่อนทำให้มีเวลาผ่อนได้ แต่หากเป็นรถใช้แล้วและอายุของรถเกิน ๖ ปีขึ้นไปไม่ควรซื้อประกันประเภทนี้ หลังจากถอยรถออกมาแล้วก็มีรายจ่ายที่ตามมาด้วยคือ  Car Insurance ประกันภัยเกี่ยวกับรถ กฏหมายทั่วประเทศรถทุกคันต้องมีประกันภัย มากน้อยขึ้นอยู่กับมลรัฐที่เราอาศัยอยู่ที่  California ที่เราอยู่กฏหมายเขียนไว้ว่ารถต้องมีประกันขั้นต่ำสุดประเภท Collision Coverage ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทจะมีค่า Deductible ประมาณ ๒๕๐ ถึง ๕๐๐เหรียญ  เป็นการประกันความเสียหายให้กับคู่กรณีเท่านั้นแต่จะไม่จ่ายความเสียหายให้แก่รถเรา รถใหม่ สถาบันการเงินจะบังคับให้เราซื้อประกันประเภท Comprehensive Coverage ซึ่งจะครอบคุมทั้งสองฝ่าย เบี้ยประกันจะสูงกว่ามากเท่านั้นยังไม่พอยังขึ้นอยู่กับประวัติการขับขี่ของเราและรายงานจาก Credit report อีกด้วยเพื่อเป็นการตัดสินในค่าเบี้ยประกันของบริษัท Insurances หากหลานๆบางคนที่ไม่มีประกันประเภทสุขภาพควรจะเพิ่มเติมเบี้ยประกันในเรื่องของ Body injury เข้าไปด้วย รถที่เราขับขี่อยู่นั้นน้ำหนักแต่ละคันมากโขอยู่ได้เปรียบเทียบไว้ว่ารถยนต์มันคืออาวุธชิ้นหนึ่งที่ให้ทั้งโทษและคุณ เหล็กทั้งก้อนหนักกว่าตัวคนขับกี่เท่า กำลังการขับเคลื่อนก็เปรียบเทียบกับกำลังของม้าเป็นร้อยตัวขึ้นไปตัวเราแค่เนื้อหนังเท่านั้นอาจจะซ่อมแซมได้ในบางครั้งแต่อวัยวะบางส่วนเสียไปแล้วก็หมดทางซ่อม หรืออาจจะเสียชีวิต หรือไม่ก็ต้องให้ลูกเมียป้อนข้าวป้อนน้ำ ความประมาทหรือเลินเหล่อทำให้เกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์เกิดขึ้นทุกวินาทีการสูญเสียในประเภทนี้มีมากหากเกิดขึ้นกับตัวเราอุบัติเหตุไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ควรจะรายงานให้เจ้าหน้าที่ทุกครั้งและรายงานไปให้ทางบริษัทอินชัวร์รันท์ทันที่และไม่ต้องติดต่อไปกับทางด้านคู่กรณีปล่อยให้ทางบริษัทเราติดต่อกับเขาเองหรือไม่ก็ติดต่อไปทางทนายความที่โฆษณาอยู่ทั่วๆไปให้เขามาทำหน้าที่แทนการฟ้องร้องในเรื่องอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับรถยนต์อย่าได้ทำด้วยตนเองขอเตือนว่าฟังแล้ว หนาวสะท้านแน่กับการเรียกร้องค่าเสียหาย หากเรื่องถึงศาล

ได้รถยนต์มาเป็นของตัวเองแล้วก็มีตัวปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีก จะต้องรักษาสภาพให้ดีพร้อมที่จะใช้งานได้ทันทีที่ต้องการ มีปัญญาซื้อใหม่เอี่ยมถอดด้ามหรือรถมือสองมันก็มีปัญหาทั้งนั้นไม่ใช่แค่เติมน้ำมันเต็มถังแล้วก็ขับไปเรื่อยๆ ต้องคอยตรวจตราน้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบคร แบตเตอร์รี่ ลมในยาง ยางรถยนต์ ๙ล๙ หากไม่ตรวจตราสิ่งใหญ่ที่กล่าวถึงรับรองได้ว่าพ่อเจ้าพระคุณรวนแน่ๆ  แค่ตรวจตราที่กล่าวมานี้เจ้ารถยนต์มันก็ยังพอใจชิ้นส่วนต่างๆมันก็เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาหรือการใช้งานไปด้วย อันไหนที่เราเปลี่ยนหรือซ่อมแซมกันได้เองก็ควรทำเหลือขอจริงๆก็ต้องนำไปให้ช่างที่เขาชำนาญทางด้านนี้คนที่มีรถใหม่บางครั้งก็รอดตัวไปเพราะยังอยู่ในค้ำประกันจากโรงงานผลิตแต่ก็ทำให้เสียเวลาไปเหมือนและควรจะกลับไปซ่อมแซมกับบริษัทที่เราซื้อหามาหรือไม่ก็ไปซ่อมกับ Dealer อื่นๆที่ขายยี่ห้อเดียวกันก็ได้ เขารับซ่อมเหมือนกันเพราะทางโรงงานผู้ผลิตจะเป็นจ่ายค่าซ่อมแซมให้ สิ่งที่ควรปฏิบัติเวลามีปํญหาเกี่ยวกับรถยนต์มือสองและต้องนำไปซ่อมแซม หากพอรู้เรื่องเกี่ยวกับรถยนต์บ้าง เวลาไปตามสถานบริการ (ที่รู้จักกันหรือมีคนแนะนำ) เล่าอาการให้เขาโดยละเอียดหรือรู้ว่าชิ้นส่วนไหนต้องเปลี่ยน ให้เขาตีราคาค่าบริการ estimated และใช้เวลาในการซ่อมแซมนานแค่ไหน คุยกันให้เรียบร้อย
( เป็นลายลักษ์อักษร ) และควรใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตมาจากโรงงานโดยตรง หรือจากภายนอกก็ขึ้นอยู่ที่กระเป๋าเงินของตนเอง แต่ลุงแค่ขอแนะนำว่าหากเป็นชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า ควรจะใช้ของโรงงานผลิต ขอให้เขาเก็บชิ้นส่วนเก่านั้นไว้ให้เราดูด้วย ตรวจสภาพการใช้งานก่อนที่จะจ่ายค่าบริการ มีการค้ำประกันผลงานนี้นานแคไหน เก็บใบเสร็จค่าบริการไว้จนกว่าจะหมดวันของการค้ำประกัน หรือเวลาขายรถคันนี้ไปควรจะบอกเจ้าของใหม่ถึงการบำรุงรักษาหรือได้ซ่อมแซมอะไรไปบ้างอีกอย่างที่ควรจะคำนึงถึง หากรถเสียขึ้นอย่างกระทันหันควรยอมเสียค่าลากเพื่อนำกลับไปให้อู่ที่ใช้บริการกันอยู่เสมอ  หากมีปัญหาเรื่องค่าบริการไม่ว่าจากอู่ใหญ่ๆหรืออู่เล็กๆตกลงกันไม่ได้ขั้นตอนต่อไปก็ร้องเรียนไปได้ที่  Bureau of Automotive Repair ๑-๘๐๐-๙๕๒-๕๒๑๐ เขาจะแนะนำขั้นตอนให้ (อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม เก็บหลักฐานเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าบริการใว้ )สุดท้ายมาถึงการซื้อหรือขายจากบุคคลภายนอก ควรจะป้องกันตัวเองไว้ด้วยที่กล่าวไว้ตอนต้นๆว่ารถยนต์มันก็เปรียบเสมือนอาวุธชิ้นหนึ่ง หากมีการซื้อขายกันเองระหว่างเพื่อนฝูงหรือตามหนังสือพิมท์หลักใหญ่ที่ควรจะปฏิบัติคือ

๑. ทำใบซื้อขายเขียนราคาที่ซื้อตามที่ตกลงกัน (Bill of Sale) เพราะจะมีภาษีรายได้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
๒. อย่าลืมกรอกใบรายงานความรับผิดชอบของรถคันนี้ (Notice of Release of Liability) จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวทีหลังรีบส่งไปที่ DMV (ที่อยู่จะอยู่ในใบเจ้าของรถ) pink slip ทันที่เขาจะได้เอาชื่อเราออกจากการเป็นเจ้าของรถคันนั้นเราจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบหลังจากวันที่ขายไปแล้ว
๓. การซื้อขายไม่ควรใช้เงินสดในการจ่าย สั่งจ่ายเป็น Check พาเขาไปเบิกเงินที่ธนาคารก็ได้ หรือจ่ายเป็น money order หรือไม่ก็ cashier check

        ๓.   Credit Card ขอแนะนำว่าหากตัวเองยังไม่พร้อมหรือมีรายได้ยังไม่ถึงขั้นคิดง่ายๆคือถ้ารายได้ของตนเองกับรายจ่ายทั้งเดือนมีเงินเหลืออยู่ในมือ ไม่ถึง ๑ ส่วน ๓  ก็รอไปก่อนหากต้องการหรือมีความจำเ