นมัสการพระคุณเจ้า
ครับ ก็คงจะพูดกันอยู่เรื่อยๆดังว่าแหละครับ ก็จะไม่ให้พูดกันได้อย่างไรครับ ลองคิดดู
เจตจำนงเสรี : -- ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา เรามีเสรีภาพเต็มที่ที่จะทำอะไรก็ได้ -- คำกล่าวนี้ จริงหรือ? มันถูกหรือผิดกันแน่? ควรที่เราจะท่องจำโดยไม่เฉลียวใจหรือ?
สมัยก่อนใครว่าอะไรผมมักจะเชื่อว่าถูกแล้ว จริงแล้ว ไม่เถียง เพราะผู้พูดเป็นครูบ้าง ผู้ใหญ่บ้าง ซึ่งสังคมของเราสอนให้ "ตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด" "กลัวจะถูกประณามว่าหัวล้านนอกครู" หรือ "เชื่อเขาเพราะเขาอาบน้ำร้อนมาก่อน" บ้าง ฯลฯ
แต่เดี๋ยวนี้ เชื่อยากครับว่า สิ่งนั้น คำกล่าวนั้น "ถูกแล้ว" "จริงแล้ว" ผิด "ม่ได้" เราต้อง"ท่องจำไว้" ?! เชื่อยากครับ "ไม่ควรท่องอย่างยิ่ง"
ก็ลองดูคำกล่าวของ Democritus ราว ๒๐๐ - ๓๐๐ ปี ก่อน B.C. โน่นครับที่เสนอ "ทฤษฎีอะตอม" โดยกล่าวว่า " ธาตุที่เล็กที่สุดคือ อะตอม และอะตอมนี้เองที่รวมกันเข้าเป็นสสารต่างๆ --- " คนก็ประกอบขึ้นด้วยอะตอมเหล่านนี้
และมีหลักฐานบันบึกไว้บางแห่งว่า Aristotle "เถียง"ว่า ไม่จริง ธาตุมีดังนี้คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ?! คนก็เชื่อกันต่อมานับเป็นพันปีว่า มันถูกแล้ว จริงแล้ว ผิดไม่ได้ ต้องท่องเอาไว้ !
แต่ราว พันปีเศษต่อมา หน่ม Galieo อายุราว ๒๕ ปี ก็"เถียงว่า ไม่จริง !! อารีสโตเติลชอบพูดแบบว่า "ไฟร้อน ถ้าอยู่ที่ใดจะทำให้ที่นั้นร้อนด้วย ฉะนั้น การที่คนร้อน ก็เพราะว่ามีธาตุไฟอยู่ข้างใน" นั้น เชื่อไม่ได้! ถ้าจะให้เชื่อได้ "ต้องเข้าไปดู !!"
ต่อมา Atomistic Theory ของ Democritus ก็ "ฟื้น"ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง!!! (เขาเล่าว่าอย่างนั้นนะครับ)
ผมเอง ผมไม่ได้เถียงนะครับ ผมเพียงแต่"พูด" ตามท่ผมคิด โดยผมอยากจะไปให้ถึงข้อสรุปว่า "นิพพานนั้น เป็นภาวะ จิตเสรี หรือเปล่า เท่านั้นเองครับ"
ขอบคุณพระคุณเจ้าครับที่ ทำให้เรื่องสนุกขึ้น