จะว่าเข้ามาเยี่ยมง่ายก็ได้ครับ  เพราะว่าเรื่องของคุณวีระพงษ์ อยู่ในแพลนเนทของผมในแพลนเนทของ ดร.จันทวรรณอีกทอดหนึ่ง  เข้ามาดูเพื่อว่าคุณนำเสนอเรื่องอะไรอีกเกี่ยวกับ Neurotechnology   แสดงว่าผมชักสนใจคุณเข้าแล้วซีนะ  ผมทราบว่ามหาวิทยาลัยในอังกฤษเขาสอนแบบให้ทำโครงการ ซึ่งหมายถึง่วา  คุณอาจจะ"ค้นพบ"อะไรใหม่ๆ "ด้วยตัวคุณเอง"

เมื่อนานมาแล้ว สมัยที่ผมเรียนเลือกวิชาเอกจิตวิทยา ผมได้ยิน  และอ่านพบเกี่ยวกับคำว่า "Science" และ "Technology"  มันแปลกหูผมมากเมื่อคิดให้ลึกๆ  ผมอยากรู้ จึงค้นคว้าจากหนังสือต่างๆ เพื่อหาดูว่า  คนเก่าๆก่อนๆ เขามี "มโนทัศน์" หรือ C0ncept นั่นแหละครับ ว่าอย่างไรบ้าง อ่านไป ๆ จนไปสิ้นสุดที่ Philosophy of Science และ Philosophy ของพวก Materialism  และ Realism  พวกเหล่านี้พูดจาฉลาดล้ำลึกอย่างน่าทึ่ง  จากนั้น ผมจึงเขียนบทความ (ขณะนี้ผมพบว่ายังมีเก็บอยู่ที่บางมหาวิทยาลัยในรูปของ อิเลคโตรนิก )

แต่นั่นมันนานมาแล้ว  และผมก็ยังชอบที่จะพูดตามผู้รู้อยู่  เรื่องเช่นนี้เราต้องคุยกับคนใน "วงการ" หรือ "ต้องคยกับนักเลงในด้านนั้นๆ"  เช่น ถ้าจะรู้ให้ลึกขึ้นในด้านประสาทก็ต้องคุยกับ"นักเทกโนโลยีในด้านประสาทวิยาที่ค้นคว้าไปสุดขั้ว" อะไรทำนองนั้น  เพราะพวกที่ค้นยุ่งอยู่กับเรื่องใด ก็จะรู้แจ้งในเรื่องนั้น  ดังเช่นเจ้าชายสิทธัตถะของเรา  หรือ กาลิเลโอ  นิวตัน ที่รู้ลึกซึ้งถึงแรงโน้มถ่วงของโลก  หรือ การดึงดูดกันและกันของเทหวัถุในจักรวาล  หรือ ที่ แมกซ์เวลส์ และ ไอน์สไตน์ ที่รู้เรื่องคลื่นแสง  หรือ วอนตัมที่เป็นเม็ดๆแทนเป็นคลื่น เป็นต้น  ถ้าได้คุยกับพวกเหล่านี้แล้ว มันคงจะวิเศษอย่างหาที่เปรียบมิได้

จึง ถ้าคุณแบ่งเวลาได้  ถ้าคุณจะค้นคว้า "ความหมายของคำว่า Technology,  Science " จากผู้รู้สดขั้วแล้ว  คาดว่า น่าได้"ลึกถึงกึ๋น" ของพวกเขาเกี่ยวกับมโนทัศน์ของคำนั้นๆ  จากนั้นเราจึง วิพากษ์  สรุป แล้วตีพิมพ์  เผยแผ่  อาจจะนำไปแปลงเป็นเกรดจากอาจารย์ก็ได้นี่  ผลที่ได้คือ (๑) จะได้รู้การเคลื่อนไหวของความหมายของมันนับมาจนถึงปี ๒๐๐๗ (๒) คนที่ไม่ใช่นักเลงประจำสาขาจะได้ตรวจสอบกับความหมาย หรือ มโนทัศน์ ของตน (๓) จะทำให้มหาวิทยาลัยที่ชอบตั้งชื่อว่า "เทคโนโลยี" ทั้งหลายนั้น ได้ชัดเจนเกี่ยวกับจุดยืนของตนบ้าง