ถึงแม้ว่ายุคนี้จะเป็นยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information technology era) ซึ่งคาดว่าจะไปถึงจุดสูงสุดในปี ค.ศ. 2020 และอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคือในช่วงปี ค.ศ. 2010-2050 โลกเราจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคประสาทเทคโนโลยี (neurotechnology era)

ปัจจุบันนี้ศาสตร์แขนงต่างๆ มีแนวโน้มที่จะผนวกรวมกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ (human enhancement) ในโลกแห่งอนาคต  “ประสาทเทคโนโลยี” (neurotechnology) เป็นวิชาการแขนงใหม่ที่กำลังทวีความสำคัญมากขึ้นซึ่งประเทศไทยอาจจำเป็นต้องรับมือและปรับกลยุทธ์หาตำแหน่งที่เหมาะสมในเวทีโลก  

 

เทคโนโลยีดังกล่าวนี้เป็นผลพวงมาจากความสำเร็จของศาสตร์NBICโดยที่ 

N หมายถึง nanotechnology คือสาขาวิชาด้านนาโนเทคโนโลยี

B หมายถึง biological science หรือ Biotechnology คือสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ

I หมายถึง informatics หรือ Information technology คือสาขาวิชาด้านสารสนเทศศาสตร์

C หมายถึง cognitive neuroscience คือสาขาวิชาด้านประสาทวิทยาศาสตร์การรู้คิด 

ความก้าวหน้าทางด้านประสาทเทคโนโลยีที่พอจะเห็นได้ชัด ได้แก่ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเซลล์ต้นกำเนิดประสาท (neural stem cells) การกระตุ้นการซ่อมแซมของระบบประสาท (neuroregeneration) โดยใช้วัสดุที่เล็กในระดับนาโน (nanomaterials) เทคโนโลยีภาพถ่ายทางระบบประสาท (neuroimaging) เทคโนโลยีการส่งผ่านเยื่อกั้นระหว่างหลอดเลือดกับสมอง (Blood Brain Barrier) และแนวทางการรักษาโรคระบบประสาทแบบใหม่ เป็นต้น 

ในอนาคตอันใกล้เภสัชภัณฑ์ปรับการทำงานประสาท (neuroceuticals) อาจไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการบำบัดรักษาเท่านั้น หากแต่มุ่งเพิ่มศักยภาพการทำงานของระบบประสาท (neuroenhancement) นักวิชาการบางกลุ่มก็เกิดความกัลวลถึงสถานะความเป็นมนุษย์ (humanism) ว่าจะให้เทคโนโลยีเหล่านี้เปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้มากน้อยเพียงใด ขอยกตัวอย่างประกอบในกรณีของสารเคมีที่มีผลต่อความจำ หากมีบริษัทคิดค้นยาเพิ่มความจำ (ความจริงมีบริษัททั่วโลกหลายแห่งกำลังวิจัยและบางแห่งได้วางตลาดสินค้าแล้ว) ให้มนุษย์จำได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่จะเกิดอะไรขึ้น หรือในทางตรงกันข้ามอาจมีผู้ที่ต้องการสร้างอาวุธใหม่เป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์ปิดวงจรประสาทการจดจำซึ่งมีผลให้คนเราสูญเสียความทรงจำอย่างถาวร เป็นต้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้กำลังเป็นข้ออภิปรายทางวิชาการในประเด็นด้านจริยธรรม (neuroethics) ที่รอการวางกรอบให้โลกใบนี้อยู่กับเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างสงบสุข 

เภสัชภัณฑ์ปรับการทำงานประสาทอาจแบ่งคร่าวๆ ได้เป็น

1.      เภสัชภัณฑ์ปรับการรู้คิด (Cogniceuticals)
- Alzheimer's Disease
- Mild Cognitive Impairment
- Attention Deficit Disorders เป็นต้น

2.      เภสัชภัณฑ์ปรับอารมณ์ (Emoticeuticals)
- Depression
- Anxiety Disorders เป็นต้น

3.      เภสัชภัณฑ์ปรับการรับความรู้สึก (Sensoceuticals)
- Chronic Pain
- Retinal and Optic Nerve Disorders เป็นต้น
 

นอกจากนี้อุปกรณ์ทางประสาท (Neurodevice) ก็มีจะมีบทบาทต่อความก้าวหน้าทางการแพทย์อยู่ไม่น้อย เช่น

1.      อุปกรณ์เสมือนประสาท (Neuroprosthetic Devices)
- Cochlear Implants
- Retinal Implants
- Motor Prostheses & Brain-Computer Interface เป็นต้น

2.      อุปกรณ์กระตุ้นประสาท (Neurostimulation Devices)
- Brain Stimulation
- Spinal Cord Stimulation
- Vagus Nerve Stimulation
- Peripheral Nerve Stimulation เป็นต้น

3.      อุปกรณ์ศัลยกรรมประสาท (Neurosurgical Devices)
- Neurosurgical Navigation Equipment
- Radiosurgical Devices
- Neurovascular Intervention เป็นต้น

4.      ซอฟแวร์ประสาท (Neurosoftware)
- Attention Deficit Disorders
- Pain Control
- Age-related Disorders เป็นต้น
 

นักพยากรณ์อนาคตบางท่านถึงกับกล่าวว่าถึงแม้ว่ายุคนี้จะเป็นยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information technology era) คาดว่าจะไปถึงจุดสูงสุดในปี ค.ศ. 2020 และอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคือในช่วงปี ค.ศ. 2010-2050 โลกเราจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคประสาทเทคโนโลยี (neurotechnology era) อนาคตจะมีธุรกิจที่เกี่ยวกับประสาทเกิดขึ้นมากมาย ตอนนี้ทั่วโลกกำลังตั้งแนวรุกเพื่อก้าวไปกับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ อีกไม่นานสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ “neurotech” ก็จะเกิดขึ้นมากมาย เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการจัดตั้งองค์กรเพื่อขับเคลื่อนเทคโลโลยีดังกล่าวนี้พร้องส่งเสริมให้ภาคเอกชน เช่น Neurotechnology Industry Organization (NIO) ได้วางกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการดำริจัดตั้ง National NeuroTechnology Initiative (NNTI) เพื่อพัฒนาศาสตร์สาขานี้อย่างบูรณาการทั้งประเทศ เป็นต้น  

เมื่อถึงเวลานั้นจะเกิดอะไรขึ้น มนุษย์จะใช้ชีวิตอย่างไร ศักยภาพการทำงานของระบบประสาทจะเปลี่ยนไปเพียงใด มนุษย์จะยังคงเป็นมนุษย์ (human species) หรือไม่ โปรดติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านประสาทเทคโนโลยีในตอนต่อๆ ไปครับ 

เว็บไซต์อ้างอิง

1. http://www.neuroinsights.com/tableofcontents.html

2. http://lifeboat.com/ex/neurotechnology.and.society

3. http://www.neurotechindustry.org/

4. http://www.brown.edu/Research/Neurotechnology/index.htm 

5. http://www.ncl.ac.uk/ion/research/neurotechnology.htm 

6. http://bss.utwente.nl/research/neurotechnology/index.html

7. http://www.neurotechnetwork.org/educate0105.html