- ท่านพระธัมมานันทะ ธัมมาจริยะ อัครมหาบัณฑิต (= สมณศักดิ์พม่า) เจ้าอาวาสวัดท่ามะโอ ลำปางกล่าวไว้ในหนังสือ "นานาวินิจฉัย" และท่านให้ให้โอวาทนักเรียนไว้อย่างนี้...
ขอขอบคุณอาจารย์เปมิช...
(1). เป็นธรรมเนียมมาแต่พุทธกาลว่า การกล่าวสาธุการ ให้กล่าว 2-3 ครั้ง คล้ายกับการแสดงไตรสรณคมน์ (= เข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)
(2). การกล่าวชมเป็นบุญกิริยาวัตถุ มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดเกลาวัณณมัจฉริยะ (ความตระหนี่คำสรรเสริญ) ซึ่งเป็นอกุศลสายโลภะ (โลภ = อยากได้ มักมาก หวงแหน ฯลฯ)
การกล่าว 2-3 ครั้ง เพื่อยืนยันเจตนาให้เป็นพหุลกรรม (= ทำซ้ำหลายครั้ง ต่างวาระ) ให้มีผลมากขึ้น มีอานิสงส์ (= กำไร เป็นบุญ เป็นอุปนิสัยที่ดี) หลายครั้งจะมีผลมากกว่าทำครั้งเดียว
- คนในอินเดียมีการกล่าวสาธุเหมือนกัน เช่น ขอทานกล่าวขอบคุณคนให้ทาน ฯลฯ นิยมกล่าวครั้งเดียว ฟังดูไม่ดีเท่า 3 ครั้ง
หลวงพ่อวัดท่ามะโอท่านสอนบาลีแบบพม่ามานานแล้ว เข้มงวดมาก
ทว่า... ถ้าใครทำดีจะกล่าวสาธุการทันที เช่น ถ้าสามเณรเรียนบาลี ท่องได้ถูกต้อง ท่านจะกล่าวสาธุดังๆ "สาธุ สาธุ สาธุ" ทำให้สามเณรที่นั่นปรารถนาจะได้สาธุการมากๆ ขยันกันมาก
- ลูกศิษย์หลวงพ่อหลายรูปไปเรียนต่อที่พม่า สอบได้ธัมมาจริยะเทียบเท่าเปรียญธรรม 9 ประโยคของไทยทั้งๆ ที่ต้องสอบเป็นบาลี และภาษาพม่า
ลูกศิษย์หลวงพ่อรูปหนึ่งคือ ท่านพระคันธสาราภิวงศ์(ท่านพระอาจารย์สมลักษณ์)สอบธัมมาจริยะได้ที่ 1 ของจังหวัดแปร(พม่า) และสอบพระไตรปิฎกชั้นสูง (postgraduate) หรืออภิวังสะของพม่าได้ที่ 2
- ท่านพระจนกะ (บาลี = ชนก / ออกเสียงแบบพม่า = จะนะกะ) พระภิกษุชาวพม่ากล่าวว่า วงสะ(ออกเสียงบาลี = อภิวังสะ)ของพม่าสอบยากมาก พระพม่าทั้งประเทศสอบได้เพียงปีละ 2-3 รูป
คนที่เป็นครูบาอาจารย์นั้น... ถ้าไม่ตระหนี่คำชม (วัณณมัจฉริยะ) แล้ว จะมีส่วนช่วยให้ลูกศิษย์ที่ "ดีได้" มีส่วนแห่งความ "ได้ดี" ในระยะยาว
- สัปดาห์ก่อนผมรู้สึกท้อแท้มาก... ช่วงนี้เริ่มเรียน "นามกัณฑ์" ที่ต้องท่องมาก อยากจะไปบอกครูบาอาจารย์(อาจารย์ที่สอนเป็นอดีตพระที่ลาสิกขาบทแล้ว)ว่า ขอเลิกเรียน
- วันอาทิตย์ที่ผ่านมา... อาจารย์ท่านกล่าวชมนักเรียนในชั้นว่า สาธุ สาธุ สาธุ 3 ครั้ง ชัดถ้อยชัดคำ... เลยไม่กล้าบอกขอเลิกเรียนเลย
ขอกล่าวสาธุ สาธุ สาธุให้กับความใฝ่รู้ของอาจารย์เปมิช
- ขอให้อาจารย์มีความเจริญในกุศลธรรมทุกๆ ประการ...