
ผู้เขียนมีเพื่อนเรียนบาลีด้วยกันที่วัดท่ามะโอ ท่านบอกว่า ท่านไม่ได้ทำงาน เทวดาเลี้ยง พูดไปยิ้มไป ถามไถ่ไม่นานได้ความว่า สามีเลี้ยง
ท่านบอกว่า เคารพสามีเหมือนเทวดาในบ้าน ผู้หญิงท่านใดได้งานแบบนี้คงจะเป็นผลดีกับหัวใจ
![]()
เราๆ ท่านๆ ที่ต้องทำงานเลี้ยงชีวิตเป็นส่วนใหญ่คงจะสงสัยว่า งานที่เราทำอยู่มีผลดีหรือมีผลเสียกับหัวใจ
วันนี้เรามีข่าวดีครับ... มูลนิธิโรคหัวใจและอัมพาต-อัมพฤกษ์ แคนาดามีข้อมูลเกี่ยวกับงาน และโรคหัวใจ พร้อมมีคำแนะนำดีๆ ที่นำไปใช้การได้จริง
![]()
ความเครียดก็คล้ายกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตที่ว่า ทางสายกลางดีที่สุด มากไปหรือน้อยไปก็ไม่ดี (ความเครียด)น้อยไปงานไม่เดิน (ความเครียด)มากไปไม่ดีกับคนทำงาน ผลกระทบแบบนี้คล้ายเส้นโค้งรูประฆังคว่ำ
จากการศึกษาวิจัยพบว่า ความเครียดที่มากเกินอาจทำให้ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)สูงขึ้น ความดันเลือดสูงขึ้น เกล็ดเลือดมีแนวโน้มจะจับตัวเป็นลิ่มเลือดเพิ่มขึ้น
ผลสุดท้ายคือ ความเสี่ยงต่อการอุดตันของเส้นเลือดจะเพิ่มขึ้น
งานวิจัยแสดงว่า การมีเจ้านายไม่ยุติธรรม (unfair boss) การทำงานระดับล่าง (low-level job) การทำงานไปหงุดหงิดไป หรือทำงานไปโกรธไป (anger on the job) การทำงานเป็นผลัด (shift work) และการทำงานล่วงเวลา (overtime) ทำให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น
(1). การมีเจ้านายไม่ยุติธรรม:
การศึกษาในสหราชอาณาจักร(หมู่เกาะอังกฤษ)ปี 2546 ได้ทำการศึกษาการทำงานของผู้ช่วยงานสุขภาพผู้หญิง (female healthcare assistants)
บุคลากรเหล่านี้ในเมืองไทยคือ ผู้ช่วยเหลือคนไข้ (nurse aids) หรือที่เรียกกันว่า “ชุดเหลือง” เมื่อให้ไปทำงานกับเจ้านาย 2 ท่าน ท่านหนึ่งเป็นคนยุติธรรม อีกท่านหนึ่งไม่ยุติธรรม(ลำเอียง)พบว่า ผู้ช่วยเหลือคนไข้ที่ไปทำงานกับเจ้านายไม่ยุติธรรมมีความดันเลือดสูงขึ้น
(2). การทำงานระดับล่าง:
- การศึกษาข้าราชการพลเรือนในลอนดอนนานกว่า 10 ปีพบว่า ข้าราชการระดับล่างสุดเป็นโรคหัวใจมากขึ้น เช่น คนที่เดินหนังสือมีอัตราตายจากโรคหัวใจเพิ่มเป็น 3 เท่าของผู้บริหาร ฯลฯ
(3). การทำงานเป็นผลัด:
- คนที่ทำงานผลัดบ่าย-ดึกมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันเลือดสูง โรคทางเดินอาหารเพิ่มขึ้น และมีความเครียดจากงานเพิ่มขึ้น คนเหล่านี้มีแนวโน้มจะสูบบุหรี่ กินเหล้า และมีแบบแผน(อนามัย)ในการกินอาหารที่แย่ลง เช่น กินอาหารมันเพิ่มขึ้น ฯลฯ
(4). ขาดการชื่นชม:
- การศึกษาคนงานอุตสาหกรรมโลหะในฟินแลนด์ 812 คนทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มีสุขภาพดี และติดตามไปนาน
- ผลการศึกษาพบว่า ความเครียดจากการทำงาน และการขาดความชื่นชม (appreciation) ทำให้อัตราตายจากโรคหัวใจขาดเลือดและอัมพฤกษ์-อัมพาตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
- นอกจากนั้นยังมีผลทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)เพิ่มขึ้นด้วย
(5). ทำงานไปหงุดหงิดไป:
- คนที่ทำงานไปหงุดหงิดไป หรือทำงานไปโกรธไปแบบ “Two-in-one” คล้ายแชมพูผสมครีมนวดผมในขวดเดียวกัน ทำให้ร่างกายแปรปรวนไปด้วย เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันเพิ่มขึ้น
- นอกจากนั้นคนที่หงุดหงิดง่ายยังมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอื่นๆ เพิ่มขึ้น เช่น สูบบุหรี่มากขึ้น ดื่มเหล้ามากขึ้น กินมากขึ้น ฯลฯ
คำแนะนำ:
อาจารย์นายแพทย์เบรียน เบเคอร์ โฆษกมูลนิธิโรคหัวใจและอัมพาต-อัมพฤกษ์แคนาดาตลอดจนอาจารย์ประจำทีมงานมูลนิธิฯ หลายท่านแนะนำให้คนที่มีความเสี่ยงจากงานหาทางปรับตัวดังต่อไปนี้...(1). เปลี่ยนงาน หรือปรึกษาเจ้านาย:
การเปลี่ยนงาน หรือเรียนปรึกษาท่านเพื่อขอลดความคาดหวังที่มากเกินลง
คำแนะนำนี้ก็คล้ายกับคำแนะนำในเรื่องอื่นๆ ของชีวิตที่ว่า “พูดง่าย ทำยาก” ถ้าทำได้ก็ดี ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจ เพราะยังมีคำแนะนำข้ออื่นอีก...
(2). ฝึกเทคนิคคลายเครียด:
ลองฝึกเทคนิคคลายเครียดดู เช่น ฝึกหายใจลึกๆ อย่างน้อยวันละ 20 นาที หายใจเข้าช้าๆ หายใจออกช้าๆ โดยเฉพาะก่อนนอน ฝึกโยคะ ออกกำลังกาย (เช่น เดินเร็ววันละ 30 นาที) ฯลฯ
(3). ลดชา กาแฟ:
ลดชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนนอน 4 ชั่วโมงควรงดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้นอนไม่หลับ
(4). กินข้าวเช้า-ข้าวเที่ยง:
มื้อเช้าเป็นมื้อแห่งกำลังวังชา ช่วยให้มีเรี่ยวแรงเล่าเรียน หรือทำงานไปได้ครึ่งวัน
มื้อเที่ยงควรเป็นมื้อแห่งการพักครึ่ง ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการทำงานครึ่งเช้า หรือครึ่งแรกของงาน นอกจากนั้นยังเป็นมื้อแห่งมิตรภาพที่เราจะมีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนที่รู้ใจ
ถ้าเป็นไปได้... อาจารย์ท่านแนะนำให้ลองกินข้าวนอกที่ทำงานบ้าง จะได้เปลี่ยนบรรยากาศไปในตัว
(5). ทำสวน:
การทำสวนช่วยให้เราได้สัมผัสกับมิตรภาพจากธรรมชาติ ได้ชื่นชมแมกไม้ที่เติบโต และได้สัมผัสกับความงดงามของฤดูกาล
การทำสวนง่ายๆ อาจจะเริ่มต้นที่ไม้กระถางสัก 1-3 ต้น ซึ่งจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้
(6). ทำงานอาสาสมัคร:
การบริจาคเงินหรือสินทรัพย์ให้ส่วนรวมเป็นเรื่องดี ทว่า... การทำงานอาสาสมัคร ทำประโยชน์ให้สาธารณะ(ส่วนรวม)มีผลดีในอีกหลายมิติ เช่น ทำให้เรารู้สึกดี(ชื่นชม)กับตัวเอง ฯลฯ
การทำงานอาสาสมัครเปิดโอกาสให้เราได้เข้าร่วม “สังคมของคนดี” สังคมที่มีจิตอาสา(สมัคร) และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
งานอย่างนี้ทำให้เรามีจิตใจใหญ่ขึ้น ขยายจากเดิม... คิดหมกมุ่นคับแคบเฉพาะตัว เป็นจิตใจที่ใหญ่ขึ้น รู้จักให้และแบ่งปัน
(7). พักร้อน:
การทำงานเครียดๆ และไม่พักร้อนเป็นผลเสียต่อสุขภาพ เราน่าจะมีโครงการพักร้อนดีๆ อย่างน้อยปีละครั้ง
คำแนะนำจากผู้เขียน:
ผู้เขียนมีประสบการณ์ฟังแท็กซี่ท่านหนึ่งบ่นให้ฟังว่า ชีวิตเขาเป็นชีวิตคนขับแท็กซี่ ไม่เคยมีใครชมเลย ไม่เหมือนอาชีพอื่น
ก่อนอธิบายเรื่องนี้ผู้เขียนได้พิจารณาศีล ธาตุ อัธยาศัยของคนถามว่า บุคคลนี้ควรแก่การแสดงข้อคิดหรือไม่
![]()
เมื่อพิจารณาแล้วว่า บุคคลนี้เป็นบุคคลที่ควรแก่การแนะนำ จึงน้อมไปที่จะกล่าวข้อคิดต่อ...
ผู้เขียนบอกเขาไปว่า อาชีพบางอาชีพก็ไม่ค่อยมีคนชมตามธรรมชาติ นอกจากนั้นถ้ามีอะไรผิดพลาดก็จะถูกต่อว่าได้ง่าย นี่เป็นธรรมชาติของอาชีพบางสาขา
![]()
ตัวอย่างเช่น เช้าขึ้นมา... เราใช้น้ำประปา ส่วนใหญ่เราจะไม่ชมคนที่ทำงานประปา แต่ถ้าน้ำประปาไม่ไหล เรามักจะต่อว่า
ธรรมชาติของงานประเภทนี้เป็นงานประเภทเสมอตัวกับติดลบ ทำดีก็ไม่มีใครชม ทำพลาดก็ถูกบ่นหรือต่อว่า
![]()
การขับแท็กซี่ก็คล้ายกัน ถ้าไม่มีใครชม เราควรทำหน้าที่ของเราให้ดี เช่น ขับรถให้สุภาพ ปลอดภัย ทำให้ผู้โดยสารสะดวกสบายจนถึงที่หมาย ฯลฯ
คนขับแท็กซี่ไม่ควรคาดหวังว่า ผู้โดยสารจะชมเชยอะไรเรา เพราะธรรมชาติของผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไม่ชมคนขับรถ
![]()
เราควรหัดชมตัวเราเองทุกวันว่า วันนี้เราขับรถดี สุภาพ ปลอดภัย และทำให้ผู้โดยสารสะดวกสบายจนถึงที่หมาย ชมตัวเองในที่นี้ให้ชมในใจ ไม่ได้ไปประกาศ หรือไปอวดคนอื่น
ภารกิจของเรา... เราได้ทำดีที่สุดแล้ว เราขอชมเชยตนเอง หัดชมตัวเองให้ได้บ่อยๆ
![]()
ถ้าทำดีอย่างนี้ได้ทุกวัน ชื่นชมตัวเองให้ได้ทุกวัน คนอื่นจะชมหรือไม่ชมก็คงไม่ลำบากใจอะไรนัก
ทีนี้ถ้าเราเป็นผู้ใหญ่หรือครูบาอาจารย์... เราควรน้อมไปที่จะเป็นคนเที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง ชมเชยลูกน้อง หรือลูกศิษย์ในความดีที่มีจริงให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
![]()
การชมลูกศิษย์ ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจลูกน้องหรือลูกศิษย์
อาจารย์บุญ นพสมบูรณ์ อาจารย์บาลีที่วัดท่ามะโอกล่าวถึงความดีของท่านพระอาจารย์ใหญ่(ภัตทันตะ ธัมมานันทะ ธัมมาจาริยะ มหาเถระ อัครมหาบัณฑิต – ชื่อยาว เนื่องจากมีสมณศักดิ์พม่า)ว่า ใครทำดีท่านจะแสดงความชื่นชมด้วยการกล่าวสาธุการ 3 ครั้ง
![]()
เมื่อวานนี้หมู่นักเรียนชวนกันนำดอกมะลิไปถวายท่านพระอาจารย์ใหญ่ ท่านถามว่า เรียนอะไรกันบ้าง
ท่านพระอาจารย์ใหญ่กล่าวสาธุการคนที่เรียนทั้งพระอภิธรรมและบาลีว่า “สาธุ สาธุ สาธุ” 3 ครั้งอย่างชัดถ้อยชัดคำ
![]()
อักขระบาลีชัดราวกับเสียงบวชพระบวชเณรทีเดียว ใครมีเป็นลูกศิษย์ท่าน และได้ฟังเสียงสาธุการเช่นนี้คงจะปลื้มใจไปนานทีเดียว
ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดี ได้งานดี มีเจ้านายดี มีคนชื่นชม...
ถ้าไม่ได้งานดี และไม่ได้เจ้านายดี(เลว เลวยิ่งกว่า หรือเลวที่สุดก็แล้วแต่)อะไรสักอย่างก็ขอให้ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด และหัดชื่นชมความดีของเราให้ได้ทุกวันครับ...
แหล่งข้อมูล:
- ขอขอบคุณ > Managing your stress > Don’t take job stress to heart! > http://ww2.heartandstroke.ca/Page.asp?PageID=33&ArticleID=2565&Src=living&From=SubCategory > April 3, 2006.
- ขอขอบคุณ > Coping with stress. > http://ww2.heartandstroke.ca/Page.asp?PageID=33&ArticleID=4706&Src=living&From=SubCategory > April 3, 2006.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๓ เมษายน ๒๕๔๙
Sources (from ww2.heartandstroke.ca)
- S Sauter, L Murphy, M Colligan et al. Stress at Work. The National Institute for Occupational Safety and Health Working Group 1999; Publication No. 99-101.
- N Wager, G Fieldman, T Hussey. The effect on ambulatory blood pressure of working under favourably and unfavourably perceived supervisors. Occupational and Environmental Medicine 2003;60:468-474.
- M Shields. The health of Canada’s shift workers. Canadian Social Trends 2003;69.
- M Marmot, H Hemingway, A Nicholson, et al. Low job control and risk of coronary heart disease in Whitehall II (prospective cohort) study. British Medical Journal 1997;314:558
- M Kivimaki, P Leino-Arjas, R Luukkonen, et al. Work stress and risk of cardiovascular mortality: prospective cohort study of industrial employees. British Medical Journal 2002;325:857-860.
- S Sauter, L Murphy, M Colligan et al. Stress at Work. The National Institute for Occupational Safety and Health Working Group 1999; Publication No. 99-101.
- S Sauter, L Murphy, M Colligan et al. Stress at Work. The National Institute for Occupational Safety and Health Working Group 1999; Publication No. 99-101.
ดีจัง ได้รู้ว่าความเครียดที่มาจากเจ้านายมีความเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด …อาจพูดติดตลกว่า บางครั้งเราคงต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้าง ทำงานให้เต็มที่และยอมรับความคิดเห็นแต่ต้องถูกต้องด้วย บางครั้งก็ไม่ต้องสนใจมากเพื่อความสบายใจ ไม่เครียด เป็นงานวิจัยที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับการนำไปปรับใช้ตามที่คุณหมอบอกนั้นมีบางข้อที่ทำอยู่เช่น เทคนิคการคลายเครียด เป็นคนที่เล่นโยคะประจำคะ และไม่ดื่มชากาแฟอยู่แล้ว สำหรับการพักร้อน คงพักแค่สุดสัปดาห์ แต่คงได้ไปสูดอากาศบริสุทิ์ที่ต่างจังหวัดบ้าง ก็คงดี ขอบคุณบทความดีๆ ของคุณหมอ
ถ้ารู้จัก "ปล่อยวาง" จะลดความเครียดได้เยอะเลยครับ ผมโชคดีที่สมัยเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่เปิดพระธรรมเทศนาให้ฟังเป็นประจำ อยากให้ลองหัดปล่อยวางดูครับ อย่ายึดติดตัวกูของกู เหมือนที่ พระท่านสอน แล้วจะรู้สึกสบายครับ
คุณหมอวัลลภหรือใครกันครับที่เรียนบาลี คุณพ่อผมก็เรียนบาลีด้วยตัวเองอยุ่ครับ
หนังสือแนะนำ
Science of Breath (สำหรับคนรักสุขภาพครับ)
Ten Jakata Stories : A Pali reading (สำหรับผู้สนใจบาลีครับ)
"ท่านพระอาจารย์ใหญ่กล่าวสาธุการคนที่เรียนทั้งพระอภิธรรมและบาลีว่า “สาธุ สาธุ สาธุ” 3 ครั้งอย่างชัดถ้อยชัดคำ"
รบกวนเรียนถามคุณหมอว่า
ทำไมต้อง 3 ครั้งครับ
ขอขอบคุณอาจารย์เปมิช...
(1). เป็นธรรมเนียมมาแต่พุทธกาลว่า การกล่าวสาธุการ ให้กล่าว 2-3 ครั้ง คล้ายกับการแสดงไตรสรณคมน์ (= เข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)
(2). การกล่าวชมเป็นบุญกิริยาวัตถุ มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดเกลาวัณณมัจฉริยะ (ความตระหนี่คำสรรเสริญ) ซึ่งเป็นอกุศลสายโลภะ (โลภ = อยากได้ มักมาก หวงแหน ฯลฯ)
การกล่าว 2-3 ครั้ง เพื่อยืนยันเจตนาให้เป็นพหุลกรรม (= ทำซ้ำหลายครั้ง ต่างวาระ) ให้มีผลมากขึ้น มีอานิสงส์ (= กำไร เป็นบุญ เป็นอุปนิสัยที่ดี) หลายครั้งจะมีผลมากกว่าทำครั้งเดียว
หลวงพ่อวัดท่ามะโอท่านสอนบาลีแบบพม่ามานานแล้ว เข้มงวดมาก
ทว่า... ถ้าใครทำดีจะกล่าวสาธุการทันที เช่น ถ้าสามเณรเรียนบาลี ท่องได้ถูกต้อง ท่านจะกล่าวสาธุดังๆ "สาธุ สาธุ สาธุ" ทำให้สามเณรที่นั่นปรารถนาจะได้สาธุการมากๆ ขยันกันมาก
ลูกศิษย์หลวงพ่อรูปหนึ่งคือ ท่านพระคันธสาราภิวงศ์(ท่านพระอาจารย์สมลักษณ์)สอบธัมมาจริยะได้ที่ 1 ของจังหวัดแปร(พม่า) และสอบพระไตรปิฎกชั้นสูง (postgraduate) หรืออภิวังสะของพม่าได้ที่ 2
คนที่เป็นครูบาอาจารย์นั้น... ถ้าไม่ตระหนี่คำชม (วัณณมัจฉริยะ) แล้ว จะมีส่วนช่วยให้ลูกศิษย์ที่ "ดีได้" มีส่วนแห่งความ "ได้ดี" ในระยะยาว
ขอกล่าวสาธุ สาธุ สาธุให้กับความใฝ่รู้ของอาจารย์เปมิช