คำถาม:  จากการไปดูงานที่ River Kwai Internation Food Industry Co.ltd. ท่านได้รับประโยชน์อะไรบ้างตำตอบจาก กลุ่มที่ 6 :  1)การเดินทางในทัศน์ศึกษา  ดูงาน  จังหวัดกาญจนบุรี1.1  ระหว่างการเดินทาง  เราได้เรียนรู้ร่วมกัน  ผู้เข้าสัมมนาได้เพิ่มทักษะในการแสดงออก   ของแต่ละบุคคล    ซึ่งคณาจารย์สามารถดึงความนึกคิดทั้งเรื่องงาน    ประสบการณ์ของ แต่ละบุคคล   ทำให้ทุกคนมีความกระตือรือร้น   เรียงความคิด  รู้จักถ่ายทอดให้เพื่อนได้รับรู้   และผู้บริหารที่ร่วมเดินทางได้รู้จักพนักงานมากขึ้น          บรรยากาศเดินทางเป็นไปด้วยความอบอุ่น  พนักงานมีความสามัคคี  เอื้ออาทรต่อกันและโดยเฉพาะพนักงาน อ... ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกกันมากขึ้น  เพราะถึงแม้จะอยู่ในที่ทำงานบางคนอาจจะไม่ได้เจอกันก็มี              นับว่าการร่วมเดินทางครั้งนี้นับว่าเป็นประโยชน์  เห็นคุณค่าของเพื่อนและที่สำคัญได้เพิ่มพลังชีวิตให้แก่ทุกคน  ทั้งส่วนงานภายในและภายนอก  ในอันที่จะส่งผลถึงทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ                                  การทำธุรกิจสินค้าเกษตรเป็นกระบวนการที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งในทุกรายละเอียดของกระบวน เช่น การผลิต : การบริหารจัดการผลผลิตจะทำอย่างไรให้ได้ผลผลิต(Supply)ที่มีคุณภาพตามความต้องการของลูกค้าในปริมาณที่ตลาดต้องการ(Demand) เนื่องจากการผลิตสินค้าเกษตรเป็นเรื่องยากกว่าการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมทั่วๆไปเพราะผลผลิตขึ้นอยู่กับ ดิน ฟ้า อากาศ อุณหภูมิที่เหมาะสมและการควบคุมพื้นที่การผลิตคงเป็นเรื่องยากที่เกษตรกรทั้งประเทศจะทำได้  การตลาด : เนื่องจากปริมาณสินค้าเกษตรขึ้นอยู่กับฤดูกาล ดังนั้นราคา(Price) ของพืชผักจึงเป็นเรื่องอ่อนไหว ขึ้นลงรวดเร็วตามปริมาณ (Supply) และทำอย่างไรจึงจะเพิ่มยอดขายเพื่อความอยู่รอด อีกทั้งตัวสินค้า (Product)ก็มีอายุสั้นการเก็บรักษาก่อนส่งมอบให้ลูกค้าก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเช่นกัน แล้วทำอย่างไรธุรกิจสินค้าเกษตรจึงจะอยู่รอด มั่นคง และยั่งยืน  ในส่วนของการเงิน: ธุระกิจสินค้าเกษตรกับการเข้าถึงตลาดเงิน ตลาดทุน คงเป็นเรื่องที่ต้องพยายามอีกต่อไป                                รัฐบาล  ส่วนงานราชการ  รัฐวิสาหกิจที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรควรเสนอตัวเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนส่งเสริมธุรกิจสินค้าเกษตรอย่างไรกันบ้าง                                 คำถาม: จากการอบรมเมื่อวันที่ 2 พย 2550 ท่านได้รับความรู้ในเรื่องอะไรบ้างคำตอบจาก กลุ่มที่ 6                                 ความฉลาดทางปัญญา (Intelligence Quotient :IQ) หมายถึง ความฉลาดทางสติปัญญา  เชาวน์ไหวพริบ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหา  ในการทำงานแน่นอนว่า จะต้องใช้สติปัญญาที่จะคิดสร้างสรรค์งานต่างๆ ออกมา  คิดหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพ แนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน  โดยสามารถเสริมสร้างได้โดยการใฝ่รู้ เรียนรู้ การฝึกอบรม การหาความรู้เพิ่มเติมนั้นเอง  ผู้นำ (Leader : คนที่สามารถชักนำให้บุคคลอื่นทำงานได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์) นอกจากจะมี IQ สูงแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี ความฉลาดทางอารมณ์(Emotinal Qqotient :EQ )  ซึ่งหมายถึงต้องมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเอง และรับรู้อารมณ์ของผู้อื่น มีสติที่จะบริหารจัดการอารมณ์เหล่านั้น เพื่อแสดงออกซึ่งพฤติกรรมอันเหมาะสม สื่อสารสร้างมิตรกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี                                 วิธีการสร้าง และพัฒนา EQ เริ่มจากอันดับแรกต้องเริ่มจากการเข้าใจตนเอง       โดยการวิเคราะห์และค้นหาตนเอง(Self Awareness) เช่นค้นหาภาวะขาดแคลนของชีวิตตนว่าเราต้องการอะไรมากที่สุด ค้นหาตนเองในอุดมคติหากเลือกได้เราอยากเป็นอะไร เพราะอะไร  ค้นหาเป้าหมายสูงสุด ของชีวิตที่ตนเองต้องการ เพื่อการตระหนักรู้ตัวตนเองเพราะการที่เรารู้จักตนเองจะนำไปสู่การเข้าใจ และรู้จักคนอื่นได้ดียิ่งขึ้น อารมณ์ของมนุษย์เกิดจากสิ่งเร้าต่างๆ เมื่อมีอารมณ์เกิดขึ้นเราต้องรู้จักกับอารมณ์และการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง(Emotion Regulation) ต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจและไวต่อการรู้จักอารมณ์ของตนเอง และพร้อมรับรู้อารมณ์ของคนอื่น ความคิดของมนุษย์ทำให้เกิด อารมณ์ต่างๆ  เช่น อารมย์โกรธ เศร้า ดีใจ เสียใจ เป็นต้น    ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เรามีอารมณ์ที่มิพึงประสงค์ขอให้    หยุดคิดในเรื่องนั้นๆ ทันที อาจใช้วิธีหยุดคิดโดยการหายใจเข้าลึกๆ มีสติ ดูความคิด และรู้จัก กับมัน แล้วจัดการกับมัน หากจะดีกว่าเรานั้นเราน่าจะคิดแต่สิ่งดีๆ คิดเชิงบวก(Positive Thinking)     คิดในสิ่งที่สมเหตุสมผล มองโลกในแง่ดี เพื่อเป็นเติมพลังให้ชีวิตและเป็นการจูงใจตนเอง(Self Motivation) ในขณะเดียวกันต้องพร้อมที่จะรับรู้ ร่วมรู้สึก(Empathy)                                                                           ถึงอารมณ์ของผู้อื่น ขณะเดียวกันต้องฝึกฝนวิธีการสร้างเสริมทักษะทางสังคม(Social Skills) เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและเกิดศัทธาจากเพื่อนร่วมงาน และคนรอบข้าง  โดยแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์เพื่อสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ทั้งองค์กร                                ในกระแสโลกแห่งยุคโลกาภิวัตน์โลกไร้พรหมแดน (Globalization) ก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกๆด้าน ส่งผลให้ธุรกิจทุกประเภทมีการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง  ดังนั้นบุคลากรขององค์กรจำเป็นต้องพัฒนาตนเองเพื่อก่อให้งานมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และเพิ่มผลิตภาพ (Productivity)  ซึ่ง Stephen R. Covey g เชื่อว่า     บุคคลที่มีประสิทธผลสูงจะต้องมี 7 อุปนิสัยเป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่ง 7 อุปนิสัย ดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการ(Principle) ความสมเหตุสมผล โดยเชื่อในวงจรแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ว่า  เห็น(กรอบความคิด: Paradigm) และลงมือกระทำตามที่คิด (Behavior)  จะได้รับผลลัพธ์ (Results) ตามที่ต้องการ โดยเริ่มจากการสร้าง 3 อุปนิสัยแรกเพื่อเอาชนะตนเอง ให้สามารถเพื่อพึ่งพาตนเองได้ดังนี้   ·       อุปนิสัยที 1. Be Proactive:เป็นผู้ตัดสินใจกระทำและรับผิดชอบในการกระทำนั้น  เราสามารถกำหนดทุกอย่างได้ด้วยความคิดของเราเอง·       อุปนิสัยที่ 2. Begin with the End in Mind:มีจุดมุ่งหมายในใจ                              มีเป้าหมายในการทำงาน   ·       อุปนิสัยที่ 3 .Put First Things First:ทำงานที่สำคัญก่อน เมื่อมีอุปนัสัยที่ทำให้สามารถพึ่งตนเองได้แล้วต้องพัฒนาอุปนิสัยเพิ่มอีก 3 อย่างเพื่อให้สามารถเอาชนะต่อสังคมก้าวสู่การพึ่งพาซึ่งกันและกัน ดังนี้·       อุปนิสัยที่ 4 . Think Win-Win:คิดแบบ ชนะ-ชนะ ไม่เอาเปรียบผู้ใด·       อุปนิสัยที่ 5. Seek First to Understand,Then to be Understood:เข้าใจผู้อื่นก่อน เขาจึงจะเข้าใจเรา·       อุปนิสัยที่ 6. Synergize: รวมพลังประสานความแตกต่าง                       เมื่อมีอุปนิสัยดังกล่าวแล้วจำเป็นต้องเติม ·       อุปนิสัยที่ 7. Sharpen the Saw: คือความใฝ่รู้เพื่อลับเลื่อยที่มีอยู่ให้คม อยู่ตลอดวลานอกจากบุคลากรขององค์กรจะเป็นผู้มีประสิทธิผลสูงแล้ว ธุรกิจทุกประเภทจำต้องมีการปรับปรุง พร้อมเปลี่ยนแปลงตนเอง ตลอดเวลาเพื่อสนองตอบต่อความต้องการสูงสุดของลูกค้า (customer)   ดังนั้น การสร้างและบริหารทีมเพื่อประสิทธิภาพ (Team Building) จึงเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดอย่างยั่งยืน และองค์ประกอบที่สำคัญของการสร้างและบริหารทีมเพื่อประสิทธิภาพนั้น จะสร้างสรรค์ความมุ่งมั่น ความมีวินัยในการทำงาน      สร้างความร่วมมือความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust)ของทุกคนในทีมในโอกาสที่เท่าเทียมกัน(Opportunity) จัดกระบวนการทำงาน(Process) ที่มีคุณภาพ ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Knowledge Transfer) เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการสู่ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าโดยสรุปว่า  การพัฒนาทุนมนุษย์    ควรจะประกอบด้วย  IQ   และ   EQ   อีกทั้งอย่างน้อยจะต้องมีอุปนิสัยที่ 1   คือ  เราสามารถกำหนดทุกอย่างได้ด้วยความคิดของเราเององค์ประกอบในการจะเป็นผู้บริหาร  และต้องพัฒนาถึงงอุปนิสัยที่  2 – 7  ผู้นั้นจึงจะมีทุนมนุษย์ที่   มีคุณภาพและทรงประสิทธิ์ภาพสูง