อุดมคติเรื่องประชาธิปไตยในลักษณะปัจเจกและสังคม
ประชาธิปไตยคือการแสดงออกอย่างเสรีในเรื่องความคิด การพูด การกระทำใดๆอย่างมีเสรี
ภายใต้กรอบของกฏหมาย และสิทธิ โดยไม่ล่วงละมิดสิทธิของคนอื่นๆ
ลักษณะการเรียกร้องความสมานฉันท์เป็นการแสดงความอ่อนด้อย และอ่อนแอของแนวคิดด้านประชาธิปไตยของสังคมไทย
กล่าวคือ หวาดกลัวต่อความคิดเห็็นที่แตกต่างอีนพึงมีได้โดยไม่ล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น และกฏหมาย
หวาดกลัวต่อกระบวนการอันเป็นปกติในทางกฏหมายและรัฐธรรมนูญ
หวาดกลัวต่อความแตกต่างทางชาติเชื้อ วัฒนธรรมธรรม ศาสนา
หวาดกลัวต่อผลในการเลือกตั้งในระบบประชาธิปไตย
หวาดกลัวต่อ.....ฯลฯ
ความหวาดกลัวนานาๆ ที่เกิดขึ้น สั่งสมจนความเป็นปกติของคนและสังคมสั่นคลอน
อาจกล่าวได้ว่าเกิดสภาวะจิตเภท ในระดับมหภาค หรือเรียกว่า สังคมจิตเภท
ผลจากสภาวะ
ในลักษณะจิตเภทที่เกิดขึ้นในคน จะมีอาการเหวี่ยงทางความคิด
จะแสดงอาการกล่าวโทษต่อคนรอบข้าง ตื่นตะหนกง่าย และมักจะยืดติด
ยึดเหนี่ยวกับคน, เหตุการณ์,สิ่งของบางอย่างขึ ้นมา
หากนำมาเปรียบเทียบกับสังคมไทยและ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยสูญเสียความเป็นปกติไป
การตื่นตระหนดกับความแตกต่างนานา ทั้งมี่ความแตกต่างนั้นเป็นไปตามกรอบ
กำหนดในสิทธิอันพึงมีได้ในสังคมประชาธิปไตยของนานาประเทศ
จนเหตุให้แสดงอาการเรียกร้องความสมานฉันท์ แตกต่างไม่ได้ต้องสมานฉันท์นี่... นะมันจิตเภทของสังคม
หลักพึงพิง
คนและสังคมล้วนต้องการสติ(การระลึกได้) ระลึกได้ว่าเรามีสิทธิ เขาก็มีสิทธิ
ระลึกได้ว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตยเล็กๆ ประเทศหนึ่ง
ระลึกได้ว่าเขาก็คน เราก็คน (เป็นมนุษย์เหมือนกัน)
ระลึกได้ว่าอดีตจบไปแล้ว ที่ทำได้คือปัจจุบัน อันจะมีผลเกิดในอนาคต
ระลึกได้ในธรรมอุเบกขา (ไม่ใช่วางเฉย หรือช่างเขา) แต่เป็นการวางตนให้มีสติ วางเฉย(ไม่ทุรนทุราย) ดูผลในหลักกรรมเกิดขึ้นดำเนินไป