สวัสดีครับท่าน ดร.
- ตามติดได้ก็ตอนค่อนรุ่งแบบนี้แหละครับ เพราะคอมฯเครื่องหลักยังเดี้ยงไม่หาย ต้องมาแย่งใช้เครื่องของเจ้าลูกชาย
- ผมติดใจใน 3 ข้อสุดท้าย และบทสรุปนี้ ...
๒๘. การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชุมชน จะช่วยใช้ชุมชนเข้มแข็งด้านการจัดการความรู้ และเป็นฐานการวิจัยเพื่อชีวิตได้อย่างดี
๒๙. การจัดการความรู้แบบธรรมชาติ เป็นการพัฒนาทั้งนักวิจัยและผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยแบบมีส่วนร่วมไปพร้อมๆกัน
๓๐. การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น น่าจะเป็นทางออกที่ดี และมีศักยภาพสูงในการพัฒนางานวิจัยและพัฒนาระบบการศึกษาของไทย
สุดท้ายเราต้องกลับมาพัฒนาคน ก่อนสิ่งอื่นใด ครับ
แต่เมื่อไรหนอคนในระดับผู้กุมนโยบายทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดหลักสูตร จึงจะหูตาสว่างกันเสียที เพราะทุกวันนี้ยึดติดมาตรฐาน(เดียวกัน)เหลือเกิน เอ็งจะลูกชาวไร่ ใครจะลูกชาวนา หรือคุณจะเป็นลูกท่านหลานเทวดา สุดท้ายต้องผ่านค่า"มาตรฐานการเรียนรู้"เดียวกัน
นั่นแหละครับเครื่องประหารหัวสุนัขทางการศึกษายุคใหม่ เด็กไทยจึงถูกตัดสินว่า"คุณภาพต่ำ"ลงเรื่อยๆ (อุปมาเหมือนเด็กถนัดเตะตะกร้อ แต่กรมวิชาการกำหนดให้เอามาตรฐานการเล่นฟุตบอลมาเป็นตัววัดและตีค่า ก็ไหนบอกว่ายึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ทำไมยังวัดค่าความรู้ความจำในเนื้อหาวิชาเป็นตัวตั้งอยู่เหมือนเดิม )
วันนี้คนไทยยังไม่กล้าคิดไกลนอกกรอบ เพราะกลัวผิด อันเป็นผลงานการจัดการศึกษาในรูปแบบเดิมๆ
วันนี้ เราจึงขาดนวัตกรรมใหม่ๆในทุกด้าน เพราะหานักวิจัยเนื้อแท้ยากนี่เองครับ
สวีสดีครับ