การผลิตแพทย์เพิ่ม เพื่อชนบท  ในประเทศไทย สำเร็จยาก

เพราะงบประมาณ ต่อ หัว ไม่น้อย  ทำให้ใครๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องการ บริหาร เพื่อช่วยให้องค์กรได้ผลพลอยได้ และ ได้ผลิตบัณฑิตแพทย์ ตามเป้าเฉพาะหน้า คือ จบได้ตามเป้า

แต่คงไม่มีใครประเมินผลสำเร็จ หลังบัณฑิตจบไป 5ปี บัณฑิตแพทย์จะอยู่ เป็นหมอ ได้อย่างมีความสุขอย่างไร   วงจรประเมินผลปรับปรุงการทำงานจึงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ

นอกจากนี้ การเป็นพันธมิตรกันระหว่าง รพ.ชุมชน กับ รพศ.มีน้อยมากครับ    การสร้างสมดุลจึงเกิดยาก เพราะต่างก็ไม่คุ้นเคยกัน  การปรึกษาหารือ เพื่อบรรลุเป้าหมายแพทย์เพื่อชนบทจริงๆ  จึงไม่เกิดจริง

ความจริงแพทย์เพื่อชนบท ต้องเริ่มตั้งแต่ การคัดเลือก ซึ่งก็ยากอยู่แล้ว ว่า  เลือกให้ได้ เด็กที่มีคุณธรรม คุณภาพและ ให้คุณค่ากับ สังคมต่างอำเภอจริงๆ

ยุคสมัยเลือกนศพ. แบบ admission นี้ ก็เลือกไม่ได้ดังที่หวัง

โอกาสอาจจะมี หากได้ผู้นำ โครงการ นี้  ผุ้นำสถาบันการผลิต ที่เข้าใจ ความเป็นแพทย์ของ ชุมชน หรือ ชนบท และ เข้าใจ การเรียนรู้แบบศตวรรษที่ 21 และ เข้าใจแพทยศาสตร์ศึกษาอย่างดี

แรงกดดันของ รร.แพทย์ คือ บัณฑิตต้องผ่านการสอบประเมินเกณฑ์มาตรฐานแพทยสภา ซึ่งจะเป็นข้อสอบรวม   แต่แพทย์ชนบทส่วนใหญ่ก็มองว่า ไม่ใช่สาระใหญ่ ของการเป็นแพทย์ที่ดีในสังคมชนบท

จึงต้องช่วยกัน  KM ว่า  รร.แพทย์ใด  สร้างบัณฑิดแพทย์เพื่อชนบท ได้ดีจริงๆ ( best practice )    สถาบัน รร.แพทย์ใด กับ กลุ่มแพทย์ชนบท ได้แลกเปลี่ยนทัศนะกันได้บ่อย ก็มีสิทธิ์ Change ได้ครับ   แต่งานนี้ก็ ขาด คุณเอื้อ คุณอำนวย ไม่ได้เช่นกัน    แล้วเราจะหาพบมั้ยครับ  ยอดคุณเอื้อ

คุณหมอจะยอมเหนื่อยหลายๆครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะนี้ กับ ผอ.ศูนย์แพทย์ศาสตร์คลินิค เพื่อโน้มน้าว change นี้  ซึ่งบทบาท ผอ.รพ.ก็เหนื่อยสายตัวขาดอยู่แล้ว

ปัญหาขณะนี้ก็อย่างหนึ่งคือ การสอน นศพ.ที่ รพช. ก็ต้องเติมหมอ ที่ รพช.นั้น เป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่ไช่เรื่องง่าย  หาก input ไม่พอ ( แพทย์ผู้สอน ) แม้มีนศพ.ไป รพช.ก็จะเกิดปัญหาว่า  ไม่มี พี่เลี้ยง อีก  เหมือนสภาพปัจจุบัน ที่ส่ง extern ไป รพช. น้องๆก็ประเมินว่า แพทย์มีแต่เปิดโอกาสให้ทำงาน แต่การคุยสอนแนะนำกัน พี่ไม่มีเวลาให้