• ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ว่า การโปรโมทคน มีได้ทั้งการสนับสนุนทางแนวดิ่ง คือสนับสนุนให้ได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นและสนับสนุนทางแนวราบคือมอบหมายให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น  แต่ผมไม่เห็นด้วยว่า การโปรโมทคน จนกระทั่งหลุดออกจากความถนัด จัดเป็นการโปรโมท ในความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่า การบริหาร โดยอาศัยหลักบริหาร ย่อมต้องยึดหลัก put the right man on the right job ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งนี้น่าจะเป็นกรอบใหญ่ของการบริหาร การกระทำใดๆ ที่ก้าวล่วงนอกกรอบนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะถูกต้องสำหรับการบริหารงานที่ดี ดังนั้นการโปรโมท คนจนกระทั่งหลุดออกจากความถนัดของเขานั้น น่าจะเป็นลักษณะหนึ่งของการมีเส้น มีสาย หรือพวกมากก็ลากกันไป หรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบอุปถัมภ์ หรือเอื้ออำนวยผลประโยชน์ซึ่งกันและกันมากกว่าที่จะยึดประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก ซึ่งการโปรโมทคนในลักษณะที่อาจารย์กล่าวถึงนั้น สามารถพบได้ไม่ยากในองค์กรที่ไม่เน้นด้านการสัมฤทธิ์ผลของการปฎิบัติงานอย่างเช่นงานราชการเป็นต้น ในงานราชการบางแห่ง เอาใครก็ได้ขึ้นไปเป็นหัวหน้า ขอเพียงแค่อ่านหนังสือออก เซ็นหนังสือได้ ก็มีคุณสมบัติในการเป็นหัวหน้าแล้ว เพราะไม่ต้องรับผิดชอบ ทุกอย่างที่ทำเป็นงานประจำ ที่ทำกันเหมือนเดิมตั้งแต่ปีมะโว้ และยังคงต้องทำต่อไปจนถึงชาติหน้า ส่วนการปรับปรุงและพัฒนาเป็นนโยบายจากเบื้องบน หากท่านเร่งมา ก็ค่อยมาว่ากัน หากไม่เร่ง ไม่กระตุ้น ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมจึงไม่คิดว่า การโปรโมทคนจนหลุดออกจากความถนัด เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานที่ดี
  • การโปรโมท ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการตอบแทนความสามารถ และการทุ่มเททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจตอบแทนได้ทั้งในแง่ของการสนับสนุนให้ก้าวหน้าเพิ่มขึ้นซึ่งอาจเป็นการมีตำแหน่งหน้าที่ที่สูงขึ้น หรือได้รับมอบหมายงานสำคัญ ดูแลและรับผิดชอบงานมากขึ้นโดยตำแหน่งอาจไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นการโปรโมท อาจหมายถึงการได้รับการตอบแทนที่สูงขึ้น โดยการตอบแทนนี้ อาจเป็นได้ทั้งในรูปที่เป็นตัวเงิน หรือแปลงเป็นเงินได้อย่างเช่นสวัสดิการเป็นต้น หรืออาจจะอยู่ในรูปที่ไม่สามารถแปลงเป็นตัวเงินได้ เช่น การให้ความสำคัญ หรือการกล่าวยกย่อง ชมเชย หรือกล่าวถึงในที่สาธารณะ ให้เป็นตัวอยางที่ดีเป็นต้น