สันดานกา หมา-นุษย์

ตะบี้ตะบันมั่นมุ่งแท้   แน่ใจ
ทีท่าเหิมเริงไฟ         ใฝ่สะท้อน
ประชาธิปไตยไง       ฉันมั่น กมลแฮ
มีสิทธิ์ใช้สิทธ์อ้อน    สิทธิ์ใช้ ไฉนทราม ฯ

งามสุนทรีย์พร่างพร้อย      ภาพงาน
งามยิ่งแล้อุดมการณ์         เหล่าข้า
ศิลปะแห่งชาติตระการ      จรุงจิตต์
งามสะท้อนสัจจ์กล้า         เหล่าข้า มั่นผดุง ฯ

งามศิลป์ค่าเลิศล้ำ        ย้ำยิน
งามค่าควรแผ่นดิน       สยามหล้า
ควรเทิดเปิดแสดงสิ้น    เสพทั่ว กันนา
มากหลากรางวัลท้า      จึ่งกล้า การันตี ฯ

กระท้อนทุบทุบเถิดถ้า     รสดี ท่านเอย
แก้วหากคือเลิศมณี         รัตน์ล้ำ
เนิ่นกาลนับพันปี              ชนนอบ นบเฮย
มิใฝ่ ปาคูถซ้ำ                  ปิดกั้น แสงมณี ฯ

เวทนาปลาเต่าน้อย         หอยปู
หากว่ายหมายชื่นชู         ฝั่งแพร้ว
กระแสซัดสาดกราดกรู    เกยหาด
มิปรารถนาอีกแล้ว            เหือดสิ้น ศรัทธา

ร้อยร้อยโจรว่าร้าย       ยังดี ท่านเอย
ปล้นปอกลอกไปที       แค่เสี้ยว
ศรัทธาถูกย่ำยี              ปล้นนิ่ม
วายวอดวนหม่นเถี้ยว   โศกสิ้น กัปกัลป์ ฯ

ผดุงปริยัติไว้           ยืนยง
ภิกษุหนึ่งธำรง        มั่นไว้
คันถธุระคง             เพียรมั่น สืบแล
ท่ามยุคศรัทธาไร้     บากหน้า ผดุงเดิน ฯ

*คูถ = อุจจาระ
เถี้ยว = เที่ยว

**หลังจากได้ดู จับเข่าคุย ช่อง3 หลายวันก่อน**
หมายเหตุ
๑.ผลจากสิ่งที่ศิลปินสะท้อนโดยเหมารวมคณะสงฆ์   ก็ได้เห็นคนจำนวนหนึ่ง โพสเข้าไปด่าพระอย่างครึกโครม    ตามเวปที่มีข่าวลงโดยไม่กระดากปาก
มีความแตกแยกทางความคิดอย่างชัดเจน
(สงสัยว่า ศาสนิกศาสนาอื่น ๆ ไม่เห็นลุกมาสะท้อนแง่มุมเสีย ๆ ของศาสนาตนเองเลย   ...งานนี้ไม่รู้ใครได้ ใครเสีย )

๒. เห็นเรือด่วนเจ้าพระยาจากท่าน้ำนนท์บางลำ เอาป้ายข้อความที่นั่งสำหรับภิกษุ-สามเณรออกแล้ว(ทาสีกลบ)   ถึงไม่ทำอย่างนั้น ปกติคนที่ไปนั่งตรงนั้นก็ไม่มีใครลุกอยู่แล้ว 
   (พระผู้ใหญ่ ท่านบารมีมาก  เกิดอะไรขึ้น ท่านจะไม่ได้รับ   ผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้นท่านไม่ต้องขึ้นรถลงเรือไม่ต้องบิณฑบาต สัมภาษณ์อะไรท่านต้องให้เป็นกลางที่สุด อยู่แล้วต้องเซฟตัวเอง )

๓.ประเทศ สถาบัน หรือสมาคมไหน ที่ถูกประณามหยามเหยียด ถูกรังเกียจ ถามว่าใครอยากเข้าไปอยู่ ไปเป็นส่วนหนึ่งในสถาบันนั้นบ้าง  ถามเรา ๆ ก็
     คงบอกว่า no thanks  คนจะสืบทอดศาสนาก็คงน้อยลงเรื่อย ๆ ทุกวันนี้
     เห็นบวชกันแค่ ๗ วัน ๑๕ วันยังไม่ทันได้เรียนรู้อะไรเลย...

๔.ชาวพุทธที่เคยรู้เกี่ยวกับพุทธประวัติตั้งแต่เป็นพระโพธิสัตว์เป็นต้นมารู้เรื่องราวเกี่ยวกับผ้ากาสาวพัสตร์ จะไม่กล้าหมิ่นน้ำพระทัยพระพุทธเจ้าเลย
    จะไม่กล้าแม้แต่จะคะนองคิด  นี่เล่นเอาจีวรพระมาขึงเขียนภาพอุดจาด แทนที่จะใช้ผ้าอย่างอื่น...ศิลปินน่าจะศึกษาพุทธให้มากขึ้นกว่าคนทั่วไป

๕. พระบางรูปมีพร้อมทั้ง ศีลาจารวัตร บางรูปแม้ อาจาระ(มารยาท) หรือ 
 วัตร (ข้อปฏิบัติ) อาจดูไม่เข้าตาชาวบ้าน (เช่นออกมาประท้วง )
     แต่มิได้หมาย ความว่า ท่านไม่มีศีล(ในส่วนวินัยข้อห้าม)  เพราะฉะนั้น
     อยากด่าพระควรระวังให้มากไว้ก่อน....(ไม่ใช่ของฟรีอย่างที่คิด)
      เราจะได้ปลอดภัย...(เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง
      ยังจะเอากะทะทองแดงห้อย  คออีก)

๖.สมัยพุทธกาลมีภิกษุชั่วบาปหยาบร้ายกว่านี้เยอะ (ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก วินัยปิฎก จะมีตัวอย่างพระทำอะไร ๆ อย่างที่เราคาดไม่ถึง ) พระพุทธเจ้า
   ทรงยอมรับจุดนั้น ได้วางโทษไว้เป็นระดับ ๆ และข้อแก้ไขไว้เป็นระดับ ๆ หนัก เบา

๗.พระพุทธเจ้าเคยเสด็จไปปกป้อง พระญาติศากยวงศ์ถึง สามครั้งสมัยถูกพระเจ้าวิทูฑะภะ ยกทัพไปเข่นฆ่า  ..ถึงกรุงกบิลพัสด์  จนวอดวายสูญสิ้นศากยวงศ์ ในสมัยนั้น    ในที่สุดห้ามไม่ได้ ท่านก็จึงวางเฉย
     สถาบันที่ควรปกป้องพระองค์ก็ทรงปกป้อง ไม่ทอดทิ้งธุระเสีย....

     เรื่องที่ควรเฉยจึงเฉย เช่น ถูกนางมาคันทิยา จ้างคนไปตามด่าเวลาเข้าไปสู่คาม  นิคม หรือบิณฑบาต เป็นต้น...
    .ถ้าอุบาสกอุบาสิกา เข้มแข็ง พระคงไม่ต้องออก
     มาประท้วงจีวรปลิวอย่างในไทยหรือในพม่า ฯ  

๘. เงินทอง บุตรธิดา ฯลฯ เป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจ
      ได้ในชาตินี้ชาติเดียว เท่านั้น แต่ศรัทธาเป็นอริยทรัพย์ ๑ ใน
      ๗ อย่างที่ตามไปอำนวยสุขให้ได้ใน ทุกภพทุกชาติ    
       ขอให้พี่น้องผองเพื่อนรักษาไว้ให้มั่น.......        
                          
     ผู้ใดห้ามคนอื่นทำบุญ ทำกุศล หรือทำประโยชน์ ต่าง ๆ
       ( ด้วยวาจาตรง ๆ ก็ดี ด้วยการ ทำลายศรัทธาเขาวิธีใดวิธีหนึ่งก็ดี )        
       ผู้นั้นชื่อว่า ปล้นบุญของผู้จะให้ทาน  ปล้นลาภของผู้จะได้รับ
                  พระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่าเป็น  มหาโจร ฯ

ประพันธ์โดย แสงเหนือ คัดลอก จากเวปบ้านกลอนไทย...........
การฆ่าคนจะเจตนาหรือไม่ก็ดี ตั้งใจหรือประมาทก็ดี ล้วนมีโทษทั้งสิ้น....
ผู้ใดในโลกนี้ แม้เพียงคนเดียว เห็นภาพที่ศิลปินเขียนแล้ว เสื่อมศรัทธาในสงฆ์ โทษหนักไม่อาจประมาณได้

ทานที่ให้ในสงฆ์นั้น แม้เราจะรู้ว่าในสงฆ์นั้นมีภิกษุทุศีลรวมอยู่ แต่เราระลึกถึงคุณของพระสงฆ์แล้วถวาย ด้วยความยำเกรงสงฆ์ เคารพสงฆ์ ศรัทธาในหมู่สงฆ์ ปราศจากปฏิฆะ (จิตนึกรังเกียจ)
ทานนั้นมีผลมากกว่าทานที่ให้เจาะจง
พระอรหันต์รูปใดรูปหนึ่ง ทีเดียว ดังพระบาลีว่า...

(สงฺเฆ จิติการํ กาตุง สกฺโกนฺตสฺส หิ ขีณาสเว
ทินฺนทานโต อุทฺทิสิตฺวา คหิเต ทุสฺสีเลปิ ทินฺนํ มหปฺผลตรเมว ฯ  ...)
จากหนังสือมังคลัตถทีปนี ทานกถา

ข้อ ๒๒ หน้า ๑๕-๑๖ 

ศิลปิน และคณาจารย์ผู้สนับสนุน ควรศึกษาพุทธศาสนาให้ลึกซื้งพอ เท่าที่ศึกษาเรื่องบุญกรรมมานานคิดว่า ศิลปินและคณาจารย์ที่สนับสนุน ควรไปบวชล้างซวยตลอดชีวิต โทษจะเบาบางลงบ้าง

วานผู้หวังดี หรือเป็นเพื่อนเป็นญาติฝากไปบอกพวกเขาด้วย ...เป็นห่วงในฐานะชาวพุทธด้วยกัน หวังว่าพวกท่านศิลปินคงไม่ใช่พวกแอบแฝง..