สวัสดีค่ะน้องเม้ง
พี่แอมป์รีบกระโดดตุ๊บเข้ามาโดยยังมิได้ถอดหมวก(ในบันทึกก่อน) ที่จริงพิมพ์ไว้ยืดยาวแต่อ่านแล้วเป็นความรู้สึกมากกว่าแนวทางแก้ปัญหา ก็เลยเก็บไว้อ่านเองสนุกเอง เม้งจะได้ไม่ปวดหัวตามพี่ : )
ข้อคิดสำหรับครูสอนเลขนี้ดีจังค่ะ พี่แอมป์ชอบข้อนี้มาก " เอาใจเด็กมาใ่ส่ใจครู เอาความรู้ในครูไปเสริมให้เด็ก" ดูใกล้ชิดและเป็นกัลยาณมิตรดีชะมัด
พี่แอมป์เห็นอย่างนึงนะคะ (สำหรับเด็กไม่เก่งอย่างพี่แอมป์) เวลาเราเรียนเลขยากๆ โดยไม่รู้ว่าเราต้องเรียนไปทำไม และที่ครูให้เราฝึกทำแบบฝึกหัดยากๆ(ทุกหัวข้อเนื้อหา) เป็นคุณอย่างไรแก่ชีวิตเรา เราจะเรียนด้วยความรันทดอย่างแท้จริง
....เพราะเราไม่รู้จริงๆว่าทำไมครูบังคับให้เราทำสิ่งยากๆนี้ (และตำหนิอย่างแรงเมื่อเราทำไม่ได้อีกต่างหาก) เศร้าชะมัด....
ถ้าครูจะกรุณาบอกให้ซาบซึ้งจับใจ ว่าที่เรียนไปนี้สักวันจะเป็นคุณอย่างไร แม้เราจะเรียนไม่เก่ง แต่ความรู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เราเพียงไหน
ถ้าเพียงแต่ครูบอกเราด้วยความรัก ด้วยความเมตตา ด้วยความรู้สึกว่าเรายังมีความป็นมนุษย์เท่าเพื่อนคนอื่นๆ
.....ถึงแม้เราจะไม่เก่งเลยสักนิด แต่เราก็รู้จักคิด และเข้าใจได้เหมือนกัน..... คือพี่นึกแล้วก็ไม่ได้งอนเลย แค่รู้สึกจ๋อยๆนิดหน่อยเท่านั้น : )
รอบอกตอนมัธยมไม่ทันดอกจ๊ะเม้ง ต้องบอกเด็กๆตั้งแต่อยู่อนุบาล เด็กอนุบาลก็มีหัวใจ อิอิ ถ้าครูมองเด็กเป็นมนุษย์ และบอกเขาด้วยหัวใจ ชี้ให้เขาเห็นคุณค่าของคณิตศาสตร์เพื่อชีวิตอย่างง่าย เด็กจะรับรู้ถึงความปรารถนาดีและเปิดใจรับความรู้นี้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่อนุบาล ประถม และมัธยม(แม้ว่าเด็กบางคนจะไม่ชอบวิชานี้สักเท่าไหร่นักก็ตาม)
....ขอแค่บอกเขาดีๆเท่านั้น...
และจุดหักเหของความรู้สึกที่มีต่อวิชานี้ พี่แอมป์คิดว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมปลายและมัธยมต้นนะจ๊ะ เด็กๆเขากำลังรับรู้ตัวตนว่าเขาเป็นใคร กำลังก่อร่างสร้างรูปตัวตนที่พึงประสงค์ (ด้วยกำลังของวัยพายุบุแคม)
ถ้ามีใครสักคนประณามว่าเขาช่างไร้ความสามารถ ปราศจากสติปัญญา ด้วยการสื่อสารบางชุดที่ไม่จำเป็นต้องตรงเด๊ะตามตัวอักษรแบบที่พี่ว่า แค่นี้ก็ทลาย"ตัวตน"ที่กำลังพยายามหาจุดภูมิใจของเขาได้อย่างชะงัด
น่าเสียใจที่สุดเลย ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตเช่นนี้ ต้องพบจุดจบด้วยการสื่อสารที่เกิดจากความไม่รัก เป็นพื้นฐาน และพี่แอมป์ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปเลย คิดแล้วเป็นห่วงหลานๆชะมัด
ขอบคุณเม้งที่เปิดประเด็นให้พี่คิดก่อนนอนนะคะ ขออภัยหากความเห็นนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกมากกว่าแนวทางแก้ปัญหา เพราะพี่แอมป์คิดว่าสำหรับบางเรื่องนั้น อารมณ์ความรู้สึก และทัศนคติ ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง และอาจเป็นตัวแปรสำคัญ เป็นถึงขั้นกุญแจไขปัญหาได้เลยอะค่ะ
ขอบคุณเม้งมากๆอีกที และขอให้งานวิจัยของเม้งผ่านฉลุยโดยเร็วด้วยจ๊ะ : )