สวัสดีค่ะน้องเม้ง
หลังจากนั่งยิ้มชอบใจวิธีคิดแบบฐานข้อมูลของเม้งแล้ว พี่แอมป์ก็นึกถึงเรื่องการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมเลยอะค่ะ เรื่องใหญ่นะคะเนี่ย....
เรื่องการรับประทานอาหาร
อาจารย์ฝรั่งอเมริกันคนหนึ่งที่ตอนมาเมืองไทยใหม่ๆนะจ๊ะ เธอดื่มน้ำกับขวด พี่รินน้ำของพี่ใส่แก้วตามปกติ และดื่มกับแก้ว โดยไม่ได้พูดว่ากระไร
เธอก็สังเกตเรา แล้วค่อยๆปรับตัวด้วยการดื่มจากแก้วในครั้งต่อๆไป
เรื่องการเดินทาง
ครั้งต่อมา เธอจะติดรถพี่ออกไปในเมือง ครั้นแล้วเธอก็เดินจ้ำพรวดๆไปเปิดประตูรถจะนั่งที่คนขับหน้าตาเฉย ฝ่ายพี่ก็เดินอย่างสง่าผ่าเผยไปฝั่งคนนั่งเหมือนกัน คือเป็นไปโดยอัตโนมัติทั้งคู่ พอนึกออกก็หัวเราะกันกลิ้ง แล้วเดินกลับข้างกันใหม่ โดยไม่ได้พูดว่ากระไร (คือหัวเราะกันจนเหนื่อยทั้งคู่อะค่ะ)
เรื่องการพักผ่อนนอนหลับ
อีกหนหนึ่ง ที่มีโอกาสไปเที่ยวเกาะด้วยกัน และพักที่บ้านรับรองของอุทยานริมหาด ตอนกลางคืนฝรั่งขอนอนเปิดประตูห้องโล่งโจ้ง เธอว่าเธอร้อนชะมัด
ไทยนี้รักสงบอย่างพี่ก็มิได้ขัดแย้งแต่ประการใด ได้แต่ทำใจให้เป็นอุเบกขาสมาธิ ถึงพร้อมด้วยสติปัญญา : )
พอตกดึก เธอหลับปุ๋ย พี่ก็ย่องมางับเอ๊ยปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา เธอตื่นขึ้นมาร้อนจนเหงื่อตก แต่ยังรู้รักสามัคคี ไม่ลุกมาเปิดประตูแต่ประการใด
พออีกคืนนึง พี่ปิดประตูเรียบร้อยแต่หัวค่ำ แล้วหลับพักผ่อนอย่างมีความสุข ตกดึกเธอก็ลุกไปเปิดประตูรับลมทะเลจนได้ โดยที่พี่มิได้สมรู้ร่วมคิดด้วย
อย่างไรก็ตาม รุ่งเช้าเราต่างไม่ว่ากล่าวกันว่ากระไร ได้แต่มองหน้าแล้วยิ้มขำๆอย่างรู้ทันกัน
ทั้งสามประการนี้ เป็นความแตกต่างที่ลงตัว คือเราต่างยังไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมของอีกฝ่าย แต่เราก็อยู่กันได้เพราะไม่คิดจะตำหนิกัน เราอยากอยู่กันด้วยความเข้าใจ จึงสังเกตและเรียนรู้ที่จะปรับตัวกันไป (แบบทีใครทีมัน)อย่างนุ่มนวลอะค่ะ อิอิ : )