ผมคิดว่านักการศึกษาในเมืองไทยเองก็รู้เรื่องนี้ จะเห็นได้จาก พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ปี 42 ได้กำหนดให้ครอบครัวสามารถสอนการศึกษาให้กับบุตรหลานของตนเองได้ แต่ในทางปฏิบัติไม่มีใครจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เพราะลำพังจะกินเข้าไปวัน ๆ ยังแย่เลย แล้วจะเอาเวลาที่ใหนมาสอนลูก ก็ต้องฝากอนาคตไว้กับโรงเรียน และเป็นโรงเรียนที่ตายแล้วด้วย

         ที่กศน.มีการจัดการศึกษาประเภทหนึ่งน่าสนใจมาก เขาเอาประสบการณ์ของคนและความสำเร็จในการประกอบอาชีพมาประเมินเทียบระดับ ด้วยความเชื่อที่ว่าชีวิตคนเหมือนแก้วน้ำ ซึ่งมีปริมาณน้ำในแก้วไม่เท่ากัน ดังนั้นการจะทำให้น้ำเต็มแก้วก็เติมน้ำเท่าที่ยังขาดอยู่ มิใช่เทน้ำเก่าทิ้งแล้วใส่น้ำใหม่ทั้งแก้ว ผมคิดว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ถูก แต่ก็เป็นวิธีการสำหรับคนที่มีประสบการณ์ชีวิตเท่านั้น เสียดายที่เด็กค่อนข้างมีประสบการณ์น้อยมาก จึงใช้วิธีนี้ไม่ได้