ความจริงก็คือ ฝ่าย Production ไม่ได้มีความรู้ที่ถ่องแท้ในรายละเอียดต่าง ๆ ของ ความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์และยิ่งคณะบุคคลที่ทำงานในแผนก Production & Creation ก็ไม่ได้มีความรู้เช่นเดียวกัน (หรืออาจมีแต่มี “ต่ำ” มากเกินไป-> อันนี้ก็มีปัญหา……………………………………… ต่อมา บางสังคม เราก็มองในฐานะ Outsider ที่คิดว่า น่าจะเป็น หรือควรจะเป็น และไม่น่าจะเป็น อะไรก็แล้วแต่ เรากลับลืมความนึกคิดที่ถือว่าเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ นั้น ก็ย่อมมีส่วนที่ ค่อนข้าง sensitive ในด้านอารมณ์และความต้องการ ซึ่งบางที่คนเราก็ยังอยากต้องการ เก็บกด และ ปกปิด ไว้……………………………………….. โดยเนื้อแท้ ไม่ว่าจะเห็นว่า ชาวลาหู่ อาจจะไม่ได้มีกระแสต่อต้านใด ๆ ในการที่ ผู้ผลิตหนัง นำเอาอัตลักษณ์อื่นมาแสดงในพื้นที่ซึ่งประกอบไปด้วยอัตลักษณ์ของตน (Identity sphere) ก็คงจะมีส่วนหนึ่งมองเห็นเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ใช่ไหม………………………………………. ส่วนเรื่องการแต่งกาย แน่นอน ย่อมมีคนมองว่า น่ารักสวยงาม แต่ ลึก ๆ เล่าเป็นเช่นใด กลับมาลองคิดว่า ถ้า ผู้ชายไทย หันมานุ่งผ้าซิ่น ก็ดู น่ารักดี ใช่หรือไม่ แต่ ลึก ๆ ก็คงจะ มองว่า อะไรกัน ………………………………………….. ไม้ได้ว่า เราจะไปกักขังอัตลักษณ์อะไรของใคร เพราะดังที่เจ้าของบทความกล่าวไว้แล้วว่า “อัตลักษณ์ไม่ได้แน่นอนตายตัว แต่หากเลื่อนไหลและถูดดัดแปลง สร้างใหม่ ลบทิ้ง ให้เข้ากับบริบทต่าง ๆ อยู่เสมอ” ………………………………………………….. เราไม่ได้กักขังหรอกครับ แต่เพราะมองในแง่ของความรู้จริงและความรู้จอมปลอม ดังที่อาจจะเคยได้ยินมาว่า อะไรบางอย่างกลายเป็น “วัฒนธรรมดัดจริต” ………………………………………… อีกนิดหนึ่ง วัฒนธรรมเองก็ไม่ใช่ว่าจะสถิตย์ คงอยู่เป็นรูปแบบตายตัว ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพียงแต่ว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงที่”สามารถรับได้” หรือ “ไม่สามารถรับได้”