แล้วในประเด็นเนื้อการหลักสูตร ที่พยายามใช้ แนวคิด ชาตินิยม ที่มุ่งให้นักเรียนไทย ทุกชน ทุกเหล่า ตระหนัก ถึง คุณค่า ความเสียสละ ของเหล่า บรรพชน ที่ได้กอบกู้บ้านเมืองไว้ จากการศึกสงคราม

แนวคิดนี้คงใช้ได้ดี สำหรับ กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในส่วนกลาง ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ สถานที่และประวัติศาสตร์ และอาจรวมถึงความเป็นเชื้อสายที่สืบทอดมาเป็นเหล่ากอตระกูล

ทั้งนี้ เราคงจะลืมไปว่า ในประวัติศาสตร์สร้างชาติ นี้ แท้ที่จริงมันเป็นอาวุธที่คอยทิ่มแทง และย้ำถึง ความไม่เป็นธรรมที่ไป รวบเอาบ้านเผาเอาเมืองของคนบางกลุ่มมา แล้วพยายามจะบอกว่าตรงนั้นตรงนี้ เป็น เพราะบรรพบุรุษ (ที่เคยรุกรานบีฑา) รักษาเอาไว้ ผมกล่าวเช่นนี้ก็คงทราบว่า พูดถึงพื้นที่แห่งใด จะให้เขายอมรับก็คงจะ ยากไม่น้อย แม้กาลเวลาผ่านเลยมานานแสนนานแล้วก็ตาม ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่มีการผลิตซ้ำ และรับใช้สังคมใดสังคมหนึ่งมาโดยตลอด

ที่นี้ หันมามองกลุ่มชาวเขาชาวดอยที่อพยพมา อาศัยอยู่ทั้งที่ก่อนจะมีรัฐชาติ และหลังรัฐชาติ ถามว่า ในความสำนึกของเขาจะมีส่วนเสี้ยวตรงไหนที่ พอจะซาบซึ้งกับประวัติศาสตร์ชาตินิยมเช่นนี้ โดยเนื้อแท้ พวกเขาต่างไปทั้ง วัฒนธรรม ศาสนา ความเชื่อ และความสำนึกเรื่องชาติ ดังนี้ แล้ว เป็นการถูกต้องเหมาะสมมากน้อยประการใดกับการสอนประวัติศาสตร์สร้างชาติของวีรชนในอดีต

ที่เขียนเช่นนี้ไม่ได้มองเห็นว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายหรือประการใด แต่ การสร้างความสำนึกรักชาติให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ทั้นบนที่สูงและที่ใต้ นั้น น่าจะหารูปแบบและเหตุผลอื่น มาปลูกฝังให้มีเกิดความรักประเทศชาติรักแผ่นดินและความรักสามัคคีโดยไม่แบ่งแยก

ม้นเป็นผลพวงจากอะไร ถ้ามิใช่ วาทกรรมของอำนาจ