ขอบคุณครับอาจารย์ครับ ผมอ่านและสรุปเพื่อความชัดเจนของผมเอง ดังนี้

  1. จัดการศึกษาให้แตกต่างเหมาะกับบุคคล                                                             (ถ้าไม่เอาตามระบบ เด็กเรียนไม่เก่งอาจดีกว่า เช่น อาจปลูกข้าวเป็น แต่เด็กนักเรียนในเมือง ไม่รู้ว่าเขาปลูกกันอย่างไง)
  2. เรียนรู้ แบ่งปัน ห่วงใย และมาจากชีวิตประจำวัน
  3. ต้องสามารถสร้างคนดีในสังคม (เช่น การรักษาป่วยไข้ การทำงานไม่แข่งขัดขากัน ไม่มี hidden agenda ทำลายกัน เป็นผู้บริหารขัดขวางเพราะกลัวการเติบโตของผู้ใต้บังคับบังชา)
  4. การศึกษา สุดท้ายต้องเกิดมรรคผลจรรโลงโลก (อยู่ในแถบร้อน ไม่ศึกษาสถาปัตยกรรมออกแบบตึกให้เก็บความร้อนแบบเมืองหนาว เพราะต้องติดแอร์ ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าไฟฟ้า น้ำมัน )
  5. เราน่าวิจัยแบบ สวนความเชื่อ  นอกกรอบ โจมตีตนเอง ( เช่น ยกเลิกโรงเรียนในระบบให้หมด)  สำหรับอนาคตศึกษา   จะได้เจอความจริงอีกด้าน
  6. อย่าผลิตคน งกๆ เค็มๆ  ประสาทๆ ออกมามากมาย รวมทั้ง ผมและตัวท่านด้วยหรือเปล่าเนี่ย ?   พ่อแม่ลูกขาดเวลาให้กันและกัน    เมาเสพนิยม  ฯลฯ
  7. ถ้าระบบโรงเรียนดีแล้ว ทำไมถึงต้องมีโรงเรียนกวดวิชา ให้ดียิ่งกว่า (นึกถึง เด็กญี่ปุ่น เคยมีข่าวว่าเรียนกันหนักตั้งแต่เล็ก สงสัยระบบไทย จะเดินตาม ต้อยๆ)
  8. ต้องสอนให้คิดเป็น เรียนเป็น ใฝ่รู้

 

ความคิดเห็นเพิ่มเติม คือ

·        เห็นด้วยอย่างมาก เรื่องนี้ต้องมีผู้วิจัยมากๆ ถึงผลกระทบทุกๆด้าน เพราะประเทศไทย แตกต่างจากชนเชื้อชาติอื่น ทั้งลักษณะนิสัย พฤติกรรมแบบไทไท ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมการปกครอง

·        ปัญหาจริงๆแล้ว ก็คือเราเดินตามตะวันตกมาตลอด เราไม่เป็นตัวเอง ไม่ศึกษาตนเอง เขาเฮไปซ้าย ก็เฮไปทางซ้าย ไปขวาก็เฮไปขวา

·        มาคิดทำไมตะวันตกเขาอยากให้คุณตามละ อ้าวก้ระบบนายทุนไง ก็จะได้ทำธุรกิจการศึกษากับคุณยังไง เอาแค่การสอบเทียบภาษาอังกฤษ สอบกันมากมาย หลายครั้ง เป็นเงินมหาศาล (เสียดาย ถ้าเขานิยมภาษาไทย เราจะเก็บค่าสอบเทียบมาตรฐานเหมือนกัน คงต้องสอบกันหลายรอบนะ เพราะ Advanced Thai Words เนี่ยยากนะ คนไทยตกกันระนาว)

·        เรื่องนี้มีการปฏิวัติการศึกษาไปรอบหนึ่งแล้ว เกิดมีการจัดการศึกษาเฉพาะขึ้น เช่น โรงเรียนวิถีพุทธ