หลักการบริหารลูกค้าสามารถใช้ได้ในทุกลักษณะของการทำงานครับ ไม่ว่างานนั้นๆจะไม่ได้มุ่งเน้นรายได้ (กำไร) อย่างเช่นงานบริการภาครัฐ ซึ่งจะต้องมุ่งเน้นที่ประชาชนที่มารับบริการ ในกรณีที่เป็นภาคธุรกิจก็คือลูกค้านั่นเอง ไม่ว่าธุรกิจเราจะใหญ่ หรือเล็ก SMEs OTOP หรือ Community business
สามารถตรวจประเมินอย่างง่ายๆด้วยการตอบคำถาม ดังนี้
1. เรามีความรู้เกี่ยวกับลูกค้าและตลาดของเรามากน้อยแค่ไหน สิ่งแรกเรารู้หรือไม่ว่าใครคือลูกค้าของเรา สำหรับธุรกิจชุมชนที่ผมได้มีโอกาสสัมผัส ส่วนใหญ่เจ้าของกิจการยังไม่สามารถตอบได้ว่าสินค้าที่ตนเองผลิตนั้นจะขายใคร กลุ่มเป้าหมายคือใคร เมื่อไม่รู้ว่าใครคือลูกค้า ก็เป็นการยากที่ตอบคำถามต่อไปได้ว่า ความคาดหวังและความต้องการของลูกค้าคืออะไร จึงมักจะพบว่าสินค้า OTOP หรือสินค้าชุมชนที่ผลิตมามักไม่ตรงใจหรือเป็นที่ต้องการของลูกค้า เราเรียกการผลิตในลักษณะนี้ว่า Product Out หรือผลิตในสิ่งที่ตนเองถนัดออกมาขาย แต่ไม่ได้สนใจว่าลูกค้าต้องการหรือไม่ ปัจจุบันต้องใช้แนวคิด Market In คือเอาความต้องการของลูกค้ามาแปลงเป็นสินค้าเพื่อตอบสนอง
2. ความสัมพันธ์กับลูกค้า และความพึงพอใจของลูกค้า ในการค้าขายกันนั้นไม่ใช่ว่าจะทำดีเฉพาะคนที่ซื้อสินค้าจากเราเท่านั้น ถึงแม้ว่าคนอื่นๆจะไม่สนใจหรืออยากซื้อสินค้าของเราในวันนี้ แต่อนาคตอาจไม่แน่ ถ้าเรามีทัศนคติที่ดี มีความเอื้ออาทร เอาใจใส่ต่อคนอื่น ความประทับใจนี้จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนให้มาซื้อสินค้าและใช้บริการของเราได้ในอนาคต นั่นคือเมื่อเขามีความต้องการเมื่อใดก็จะนึกถึงเราเมื่อนั้น แบบนี้เรียกว่า เข้าไปนั่งอยู่ในใจลูกค้า จากความประทับใจในครั้งแรก อาจก่อให้เกิดการซื้อสินค้าของเรา เมื่อใช้แล้วชอบก็จะนำมาซึ่งความพึงพอใจ และจะเกิดความจงรักภักดี นั่นคือถ้าไม่ใช่สินค้าของที่นี่ไม่ซื้อเป็นอันขาด เราจะพบได้ทั่วไป อย่างกรณีผมถ้าไม่ใช่แหนมเนืองของร้านแดง หนองคาย ไม่ซื้อเป็นอันขาด กินของร้านไหนก็ไม่อร่อยเท่า